100 เคล็ดลับ (มีประโยชน์มาก)

1. โรงรถมีกลิ่นอับมาก จะขจัดกลิ่นออกได้โดยโรยหญ้าที่เพิ่งตัดมาใหม่ๆ

>>
ลงบนพื้นโรงรถ แล้วปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง
>>
ต้นหญ้าจะดูดเอากลิ่นอับในโรงรถออกไปจนหมด
>>
>>
>>2.
ถ้าต้องการอบผ้า 2-3 ชิ้นให้แห้งเร็วขึ้นทำได้โดยหาผ้าขนหนูสะอาดๆ
>>
ใส่ลงไปในเครื่องด้วยเพราะผ้าขนหนูจะไปช่วยดูดซับความชื้นทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นอีก

>>
>>
>>3.
วิธีทำให้กรอบกระจกเงา หรือกรอบกระจกรูปภาพมองดูใหม่เสมอ
>>
ทำได้โดยการใช้ผ้าชุบน้ำมันสน แล้วทาบริเวณกรอบไม้ รอจนแห้งสนิท
>>
กรอบจะมองดูใหม่ทันที
>>
>>
>>4.
วิธีล้างคราบสกปรกที่แก้วเจียระไน
>>
ทำง่ายๆคือหาเปลือกฝรั่งใส่ลงไปในแก้วเจียระไน
>>
แช่ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
>>
เพียงเท่านี้แก้วจะดูใสสะอาด
>>
>>
>>5.
วิธีทำความสะอาดเครื่องเคลือบที่ทำด้วยทองเหลืองมีวิธีการทำง่ายๆ
>>
คือนำเอาหัวหอมมาต้มในน้ำเดือด
>>
แล้วนำมาขัดลงบนเครื่องเคลือบเพียงเท่านี้เครื่องเคลือบจะมองดู
>>
ใหม่สะอาดหมดจดทีเดียว

>>
>>
>>6.
วิธีการขจัดคราบไขมันที่ติดรอบท่ออ่างล้างจาน ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆ
>>
จะเป็นเหตุให้ท่ออุดตันได้ มีวิธีทำคือ นำเกลือแกงใส่ลงไปในท่อ 2-3
>>
ช้อน จากนั้นนำเบกกิ้งโซดาหรือผงฟูต้มน้ำให้เดือดแล้วเทลงไป

>>
ไขมันที่อุดตันก็จะหลุดออกไปหมด
>>
>>
>>7.
วิธีขจัดพวกมดแมลงมาขึ้นถังขยะทำได้ง่ายๆ โดยหยดแอมโมเนียลงข้างๆ
>>
ถังขยะ สักเล็กน้อย
>>
กลิ่นแอมโมเนียจะทำให้มดแมลงไม่กล้าเข้ามาใกล้ถังขยะอีก

>>
>>
>>8.
การรักษาเครื่องมือทำสวนที่เป็นโลหะไม่ให้ผุกร่อนได้ง่ายมี
>>
วิธีการรักษาโดยใช้วาสลินทาผิวของโลหะทุกครั้งเมื่อใช้เสร็จแล้ว
>>
และนำมาทำความสะอาดอีกครั้ง
>>
>>
>>9.
การใช้เตาแก๊สแบบประหยัด ทำได้โดยปรับเปลวไฟให้เป็นสีน้ำเงินเสมอ
>>
และไม่ควรเปิดไฟแก๊สให้สูงกว่าก้นหม้อด้วยจะทำให้หม้อร้อนช้า
>>
ควรปรับระดับให้พอดีกับก้นหม้อ
>>
>>
>>10.
>>
วิธีดับกลิ่นเหม็นในถังขยะไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้านหรือในบ้านให้หมดกลิ่นได้ทำได้โดยใส่เปลือกมะนาว
>>
หรือเปลือกส้ม เขียวหวาน ส้มโอก็ได้ใส่ลงไปในถังขยะ
>>
กลิ่นส้มจะไปลดกลิ่นลงทำให้มีกลิ่นน้อยลง

>>
>>
>>11.
การขัดรอยแมลงวันบนกระจกมีเคล็บลัดคือ
>>
ใช้ผงกาแฟคั่วหนึ่งช้อนผสมกับน้ำมันก๊าดหนึ่งลิตร
>>
และใช้เศษผ้าชุบเช็ดกระจกรอยแมลงวันก็จะหมดไป
>>
>>
>>12.
หากต้องการทาสีห้องใหม่ แต่กลัวว่าห้องจะมีแต่กลิ่นเหม็นของสี

>>
อยู่หลายวันมีวิธีขจัดกลิ่นเหม็นของ สีคือก่อนจะทาสีให้ผสมน้ำวานิลลา
>>1
ช้อนชาต่อสี 1 แกลลอนคนให้เข้ากันแล้ว จึงนำไปทาห้อง สีที่
>>
ทาใหม่จะไม่มีกลิ่นเหม็นเป็นเด็ดขาด
>>
>>
>>13.
วิธีการป้องกันไม่ให้ถุงในเครื่องดูดฝุ่นโดนแมลงกัดเป็นรูคือ
>>
นำการบูรหรือลูกเหม็นใส่เข้าไปในถุงดูดฝุ่นสัก 1 ก้อน
>>
นอกจากป้องกันแมลงแล้วยังป้องกันกลิ่นอับอีกด้วย
>>
>>
>>14.
แก้ปัญหายุงไปไข่ทิ้งไว้ในแท็งก์น้ำ

>>
ทำให้มีลูกน้ำว่ายวนอยู่ในแท็งมีวิธีทำคือ นำอิฐแดงๆ
>>
ที่ใช้ในการก่อสร้างมาเผาไฟให้ร้อนๆ แล้วเอาใส่ลงไปในแท็งก์น้ำทันที
>>
เพียงเท่านี้ยุงจะไม่กล้าเข้าไปไข่ทิ้งไว้อีกเลย
>>
>>
>>15.
วิธีกำจัดต้นหญ้าที่ขึ้นไม่ถูกที่
>>
ทำได้โดยใช้เกลือโรยตรงส่วนที่ต้นหญ้าขึ้น
>>
เหตุเพราะเกลือจะไปทำให้ดินตรงที่ต้นหญ้าขึ้นอยู่เค็มจึงทำให้ต้นหญ้าตายในที่สุด
>>
>>
>>16.
>>
น้ำประปาที่มีกลิ่นคลอรีนแรงมากมีวิธีกำจัดกลิ่นให้หมดไปโดยฝานมะนาวบางๆ
>>
ลงไปในน้ำ มะนาวจะช่วยดูดกลิ่น คลอรีนให้หมดไป
>>
และทำให้น้ำดื่มได้อีกด้วย
>>
>>
>>17.
ขอบยางประตูตู้เย็นมีราขึ้น

>>
จะมีวิธีลบราออกได้โดยใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูแล้วนำ ไปถูตรงขอบยางประตู
>>
ตู้เย็นที่เป็นรา ราก็ออกไปได้โดยง่ายดาย
>>
>>
>>18.
>>
ขจัดปัญหาหมาแมวฉี่และอุจจาระไม่เลือกที่ทำได้โดยการโรยพริกไทยป่นลงไป

>>
บนที่มันเคยฉี่หรืออุจจาระไว้ เพียงเท่านี้หมา
>>
แมวก็จะดมกลิ่นหาที่ที่มันเคยฉี่และ อุจจาระไม่เจอ
>>
เหตุเพราะพริกไทยป่นจะไปดับกลิ่นหมด
>>
ทางที่ดีควรสอนให้มันฉี่และอุจจาระ ในห้องน้ำ
>>
หรือบนกระดาษที่เราควรจะวางไว้ให้จนเคยชิน
>>
>>
>>19.
การรักษาไม้กวาดดอกหญ้าที่ซื้อมาใหม่ให้ใช้ไปได้นานๆ
>>
ทำได้โดยการจุ่มไม้กวาด ดอกหญ้าในน้ำเกลือร้อนๆ
>>
ขนของไม้กวาดจะเกาะตัวกันเวลาใช้จะทนทานไม่ขาดง่าย

>>
>>
>>20.
ตะปูที่ตอกไว้ข้างฝาคอนกรีตสำหรับแขวนรูปหลวม มีวิธีแก้ไขง่ายๆ
>>
คือ ใช้สำลีพันตะปูชุบกาวและตอกเข้าไปใหม่ กาวที่สำลีจะยึดติดกันแน่น
>>
>>
>>21.
>>
วิธีการขจัดกลิ่นเหม็นสาปที่ติดอยู่ในกระติกน้ำแข็งทำได้โดยนำเบกกิ้งโซดามาผสม
>>
กับน้ำร้อน และนำมาล้างถูกระติกน้ำให้ทั่ว
>>
แล้วล้างน้ำอีกครั้งกลิ่นสาปก็จะหายไป
>>
>>
>>22.
วิธีการเก็บสายยางที่ยาว ไว้โดยไม่เปลืองเนื้อที่

>>
ทำได้โดยม้วนสอดเข้าไปในยางรถ ยนต์อันที่ไม่ใช้แล้ว
>>
เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
>>
>>
>>23.
ขจัดปัญหากลิ่นส้วมเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบ้านคือใช้นำมันก๊าดประมาณ
>>1
ขวดใหญ่
>>
มาเทราดลงไปในคอห่านแล้วเทน้ำตามลงไปเพื่อขจัดกลิ่นน้ำมันก๊าดให้หมด
>>
>>
>>24.
>>
วิธีป้องกันหมาแมวตัวโปรดมากัดแทะเฟอร์นิเจอร์ในบ้านคือใช้น้ำมันยูคาลิปตัส
>>
หรือน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนทาที่เฟอร์นิเจอร์
>>
กลิ่นฉุนนั้นจะทำให้มันไม่กล้าเข้ามากัดแทะอีก
>>
>>
>>25.
วิธีขจัดรอยเปื้อนด่างดำบนเครื่องใช้ที่เป็นหนังคือ
>>
หยดน้ำมันสลัดสัก2-3 หยด ในน้ำสบู่ แล้วใช้แปรงจุ่มน้ำที่ผสมไว้มาถู

>>
จากนั้นจึงซักในน้ำสบู่ธรรมดาอีกครั้ง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น
>>
ต่อด้วยเช็ดให้แห้งผึ่งลมไว้
>>
>>
>>26.
>>
วิธีการดึงสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนฝาห้องออกโดยไม่ทิ้งคราบกาวไว้ที่ฝาทำได้โดยใช้น้ำมันพืชมาทาบนรูปสติกเกอร์

>>
แล้วจึงค่อยๆ ดึงออกมา
>>
>>
>>27.
>>
การใช้เครื่องซักผ้าแบบประหยัดที่สุดคือในการซักผ้าแต่ละครั้งควรจะซักผ้าในปริมาณที่มากที่สุด
>>
>>
>>28.
การทำให้ตู้เสื้อผ้าของคุณหอมได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อมาใส่

>>
เพียงแต่คุณใช้เศษสบู่ที่จะทิ้งแล้วไปวางไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของตู้
>>
กลิ่นสบู่นั้นก็จะหอมไปทั่วตู้เลย
>>
>>
>>29.
>>
วิธีทำความสะอาดภาชนะอลูมิเนียมให้ใสสะอาดเหมือนใหม่คือนำเอาเปลือกแอปเปิ้ล

>>
ต้ม 2-3 นาที แล้วใช้น้ำขัดถูภาชนะอะลูมิเนียมก็จะดูเงาวามเหมือนใหม่
>>
>>
>>30.
วิธีการใช้เตาอบให้ใหม่อยู่เสมอคือ
>>
หลังจากใช้เตาอบแล้วควรเช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง และทำใน
>>
ขณะที่เตายังอุ่นๆ อยู่ เพราะจะเช็ดได้ง่ายกว่าในขณะที่เย็นแล้ว

>>
>>
>>31.
วิธีขจัดรอยคราบเหนียวบนผนังตู้เย็นคือ
>>
ใช้น้ำมันพืชเทลงบนกระดาษเช็ดมือ แล้ว ถูจนสะอาด ทำสัก 2-3 ครั้ง
>>
น้ำมันพืชจะไม่ทำลายความเงาของตู้เย็นหรอก
>>
>>
>>32.
วิธีขจัดกลิ่นเหม็นของท่อระบายน้ำล้างจาน
>>
ให้หอมสดชื่นได้คือเทเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย ลงไปในท่อระบายน้ำทิ้งไว้ 5
>>
นาที เทน้ำส้มสายชูตามลงไปอีก 1 ถ้วย จะขจัดกลิ่นเหม็นได้ดีจริงๆ
>>
>>
>>33.
ในการใช้ยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรใช้ประเภท เช่น น้ำมัน
>>
ขี้ผึ้งบ่อยๆ เพราะอาจจะทำให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายได้ง่าย
>>
>>
>>34.
ในการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าฝ้าย

>>
ให้ใช้แปรงทาสีด้ามใหม่ปัดตาม
>>
ซอกมุมเฟอร์นิเจอร์ไปพร้อมกันกับการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ทุกครั้ง
>>
>>
>>35.
การทำความสะอาดในซอกเล็กซอกน้อยของโคมไฟ ให้ใช้เครื่องเป่าผม
>>
เป่าลมไปตาม

>>
ที่มีฝุ่นละอองจับแล้วเช็ดถูทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำอีกครั้ง
>>
โคมไฟก็จะดูใหม่เสมอ
>>
>>
>>36.
วิธีลบคราบดวงๆ ที่ติดบนเฟอร์นิเจอร์คือ ให้ใช้จุกไม้ก๊อกถู
>>
ถ้าไม่ออกให้ใช้นิ้วมือแตะยาสีฟันผสมขี้เถ้าบูหรี่ถูอีกครั้ง

>>
จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยเปื้อนซ้ำอีกครั้ง
>>
>>
>>37.
การทำความสะอาดพื้นกระเบื้องยางคือ ใช้แปรงสีฟันชุบยาสีฟัน
>>
แล้วนำไปขัดถูบริเวณรอยเปื้อนให้แรงๆ
>>
จะทำให้รอยเปื้อนหลุดออกไปได้โดยง่าย

>>
>>
>>38.
วิธีการตอกฝาผนังตะปูโดยไม่ให้งอคือ
>>
ให้ทาปลายตะปูด้วยน้ำส้มสายชูหรือน้ำมันพืช
>>
ก่อนที่จะนำมาตอกฝาผนังจะตอกได้คล่องและไม่งอจริงๆ
>>
>>
>>39.
วิธีการทาสีกำแพงให้ติดอยู่ได้ทนนานคือ

>>
ก่อนที่จะทาสีกำแพงให้ล้างกำแพงให้สะอาด ด้วย
>>
น้ำมันสนเพื่อขจัดคราบสกปรกและสีที่ทาจะติดทนนานไม่ร่อนออกง่าย
>>
>>
>>40.
วิธีแก้ปัญหาเฟอร์นิเจอร์ไม้โป่งออกมาคือ ให้วางผ้าชื้นๆ

>>
ลงบนรอยที่โป่ง ใช้เตารีดร้อนๆ ทับบนผ้า จะทำให้คืนสู่สภาพเดิม
>>
>>
>>41.
>>
วิธีขจัดรอยขีดข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ไม้คือ
>>
ให้ใช้ผ้าแตะยาขัดรองเท้าที่สีเดียวกับไม้ แล้วถูตรงรอยแล้ว

>>
ใช้ผ้าขัดต่ออีกครั้ง รอยขีดข่วนก็จะหายไป
>>
>>
>>42.
วิธีการแก้ปัญหาเก้าอี้หวายหย่อนคือ
>>
ถ้าอยากให้ตึงให้ล้างเก้าอี้หวายด้วยน้ำสบู่ร้อนๆ แล้วล้างน้ำสบู่ออก
>>
นำออกตากแดดกลางแจ้งให้แห้ง หวายที่หย่อนจะตึงเหมือนเดิม

>>
>>
>>43.
วิธีการทำความสะอาดพื้นบ้านไม้ให้เงางามอยู่เสมอคือ
>>
ให้ผสมน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยต่อน้ำ 8 ลิตร
>>
จะช่วยขจัดเศษฝุ่นละอองและพื้นก็เป็นเงางามอีกด้วย
>>
>>
>>44.
การรักษาเฟอร์นิเจอร์โลหะไม่ให้เป็นสนิมได้ง่ายคือให้
>>
เคลือบโลหะด้วยขี้ผึ้งขัดรถ
>>
เมื่อจำเป็นต้องเอาเฟอร์นิเจอร์โลหะไว้ตากน้ำค้าง
>>
จะได้ไม่ขึ้นสนิมได้ง่าย
>>
>>
>>45.
>>
วิธีการติดรูปโปสเตอร์บนกำแพงโดยไร้ร่องรอยเมื่อดึงภาพออกคือให้ใช้ยาสีฟันแทนกาวในณะที่ติดรูป
>>
เมื่อถึงเวลาดึงรูปออก ก็เพียงแค่ขัดยาสีฟันที่แห้งออกเท่านั้น
>>
ฝาผนังก็สะอาดแล้ว
>>
>>
>>46.
ถ้าบังเอิญต้องจัดงานเลี้ยงที่มีฟลอร์เต้นรำแบบกะทันหัน
>>
ทำได้โดยโรยแป้งผงสำหรับ โรยตัวให้ทั่วก็จะแก้ขัดไปได้ด้วยดีทีเดียว
>>
>>
>>47.
วิธีแก้ปัญหาหน้าต่างปิดและเปิดออกได้ยากคือ

>>
ให้เอาน้ำมันเครื่องหยอดตรงราง
>>
อลูมิเนียมให้ทั่วเพียงเท่านี้ก็จะทำให้เปิดและปิด
>>
ได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า
>>
>>
>>48.
วิธีป้องกันไม่ให้มดขึ้นตู้กับข้าวคือ
>>
ใช้เศษผ้าหรือเชือกที่เป็นผ้าไปชุบน้ำมันเครื่อง แล้วบิดพอหมาด

>>
นำไปผูกไว้ที่ขาตู้กับข้าวทั้งสี่ขา มดก็จะไม่กล้าขึ้นแน่นอน
>>
>>
>>49.
วิธีการไล่ยุงแบบง่ายๆคือ
>>
หาการบูรมาห่อด้วยผ้าแล้วมัดไว้กับหลอดไฟฟ้าที่อยู่ภายใน บ้าน
>>
ความร้อนของไฟฟ้าจะทำให้การบูร ระเหยออกไป

>>
และกลิ่นของการบูรจะช่วยป้องกันยุงไม่ให้มารบกวน
>>
>>
>>50.
วิธีการไล่หนูแบบง่ายๆ และประหยัดเงินคือ
>>
นำไม้ยี่โถไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง
>>
เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่

>>
เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย
>>
>>
>>51.
>>
วิธีการกำจัดปลวกที่ขึ้นบ้านแบบประหยัดคือนำน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วมาราดให้รอบ
>>
บริเวณบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถไล่ปลวกไม่ให้มารบกวนบ้านอีกต่อไป

>>
>>
>>52.
การขัดพื้นกระดานให้เงาแบบโบราณคือ หามะพร้าวมาผ่าครึ่ง
>>
ทุบกะลาตรงปากออก สักเล็กน้อย
>>
แล้วนำมาคว่ำลงกับพื้นกระดานขัดถูพื้นบ่อยๆ
>>
พื้นกระดานจะมองดูเงางามเชียวแหละ

>>
>>
>>53.
โฟมสามารถใช้เป็นประโยชน์ได้หลายอย่างเช่น
>>
ใช้ทำเป็นกาวอุดรอยรั่วของภาชนะได้เป็นอย่างดีคือ
>>
ก่อนนำมาใช้จะต้องเอาเศษโฟมหักเป็นชิ้นเล็ก แช่น้ำมันทินเนอร์ให้ละลาย
>>
เหนียวข้นแล้วนำไปอุดรอยรั่วปล่อยให้แห้ง
>>
ก็จะสามารถใช้ต่อไปได้อีกเป็นระยะเวลา ยาวนาน
>>
>>
>>54.
วิธีการปรับเสาทีวีในบ้านด้วยตัวเองทำได้ง่ายๆ คือ
>>
หากระดาษตะกั่วหรือหากระดาษฟอยล์ ที่ห่อปลาเผามาพันรอบๆ

>>
สายอากาศด้านหลังทีวีหลายๆ รอบ แล้วค่อยๆ รูดไปตามสาย เรื่อยๆ
>>
ให้มีคนคอยสังเกตภายในจอทีวีด้วย
>>
ถ้าภาพคมชัดก็ให้บีบกระดาษตะกั่วนั้นติดอยู่ กับสายตรงนั้นเลย
>>
ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
>>
>>
>>55.
วิธีขจัดสนิมบนราวตากผ้าคือ
>>
หาเศษผ้ามาชุบน้ำส้มสายชูถูให้ทั่วแล้วใช้น้ำสบู่ถูทับอีกที ต่อ
>>
จากนั้นเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ ตามด้วยผ้าแห้งอีกรอบหนึ่ง
>>
สนิมบนราวผ้าก็จะหมดไป

>>
>>
>>56.
การขจัดมีดในครัวเรือนขึ้นสนิมคือ
>>
นำมีดนั้นมาถูกับมะนาวหรือหัวหอมก็ได้ แล้วล้างด้วยน้ำ
>>
สะอาดเช็ดให้แห้ง
>>
รับรองได้ว่ามีดทำครัวของคุณจะปราศจากสนิมมาขึ้นอีกเลย

>>
>>
>>57.
การลับมีดในครัวให้มีความคมและอยู่ได้นานๆ
>>
ทำได้โดยหยอดน้ำมันก๊าดสัก 2-3 หยดลงบน หินลับมีดแล้วลับไปตามปกติ
>>
รับรองมีดของคุณจะคมกริบเชียวละ
>>
>>
>>58.
>>
วิธีขจัดกลิ่นเหม็นอาหารในตู้เย็นติดน้ำดื่มทำได้โดยนำกากกาแฟหรือกากใบชาที่ชงหมดแล้ว
>>
นำมาใส่ไว้ในตู้เย็น
>>
กากกาแฟหรือกากใบชา พวกนี้จะดูดกลิ่นอันไม่พึงปรารถนาให้หมดไปจาก
>>
ตู้เย็นของคุณ

>>
>>
>>59.
ผงชันยาเรือมีประโยชน์ช่วยป้องกันมดได้อีกแบบหนึ่งคือ
>>
นำผงชันยาเรือมาโรยไว้ในขาตู้กับ ข้าว
>>
เพียงเท่านี้มดก็จะไม่มารบกวนขาตู้อีกเลย
>>
>>
>>60.
วิธีทำความสะอาดเครื่องซักผ้าให้สะอาดทำได้โดยใช้แอมโมเนียสัก2
>>
แก้วผสมน้ำเย็นธรรมดาครึ่งลิตรใส่ลงในเครื่องซักผ้า
>>
แล้วเปิดเครื่องทำงาน น้ำส้มสายชูจะ
>>
ช่วยไล่คราบฝุ่นออกจากตัวเครื่องและป้องกันการอุดตันได้ด้วย
>>
>>
>>61.
วิธีทำความสะอาดกรอบกระจกเงาหรือกรอบรูปภาพ ให้มองดูใหม่คือ

>>
ให้เอาน้ำมัน ชุบผ้าทาตรงส่วนที่เป็นกรอบ
>>
แล้วรอจนแห้งแล้วจะมองดูใหม่ขึ้น
>>
>>
>>62.
วิธีทำความสะอาดเครื่องแก้วโดยไม่ต้องเช็ดคือ
>>
ใช้น้ำผสมแอลกอฮอล์ล้าง
>>
น้ำผสมผสมแอลกอฮอล์จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกได้ง่าย

>>
ข้อสำคัญจะแห้งได้เอง โดยไม่ต้องเช็ดด้วยผ้าอีกครั้ง
>>
>>
>>63.
>>
วิธีขจัดกลิ่นเหม็นอับในตู้กับข้าวให้หอมสดชื่นคือ
>>
ใช้ปูนขาวเล็กน้อยใส่ชามใบ ย่อมไปวางมุมใดมุมหนึ่งของตู้กับข้าว

>>
ทิ้งไว้ประมาณ3-4วัน กลิ่นอับชื้นก็จะ ค่อยจางหายไป
>>
>>
>>64.
วิธีทำความสะอาดคราบสกปรกที่ติดกระเบื้องปูห้องน้ำมีวิธีทำคือ
>>
ราดด้วยน้ำให้ทั่ว
>>
แล้วเอาเกลือแกงโรยลงบนแปรงขัดทั้งห้องน้ำหรืออาจจะโรยเกลือที่ผ้าเปียกน้ำ

>>
แล้วขัดพื้นให้ทั่ว เพียงเท่านี้
>>
ห้องน้ำกระเบื้องของคุณก็จะสะอาดเป็นเงางาม เลยทีเดียว
>>
>>
>>65.
วิธีการทำความสะอาดผ้าม่านที่เป็นใยสังเคราะห์ ควรซักด้วยมือ
>>
ก่อนซักควรปัดฝุ่นให้สะอาดก่อน

>>
หลังจากนั้นเทน้ำยาซักผ้าลงบริเวณที่เปื้อน แล้วจุ่มลงในน้ำยาซักผ้า
>>
ที่ผสมน้ำอุ่นแล้วอย่าบิด
>>
ควรคลี่ตากเพราะในเวลาแห้งจะได้ผ้าม่านที่เรียบไม่ยับยู่ยี่
>>
>>
>>66.
วิธีทำความสะอาดงาช้างที่มีคราบฝุ่นติดอยู่เต็มไปหมดคือ

>>
นำมาถูด้วยมะนาวกับ เกลือ
>>
แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่แล้วเอางาช้างวางไว้กลางแดดทั้งๆ
>>
ที่ยังเปียกน้ำน้ำสบู่อยู่ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
>>
เมื่อแห้งแล้วขัดด้วยผ้าสักหลาด ก็จะได้งาช้างสะอาดดังเดิม

>>
>>
>>67.
วิธีทำความสะอาดคราบเหลืองที่ติดตามภาชนะเคลือบสีขาวมีวิธีทำคือ
>>
ใช้น้ำมันพาราฟินถูรอยสกปรก
>>
น้ำมันพาราฟินจะช่วยขจัดคราบสกปรกคราบเหลืองของ ภาชนะเคลือบขาวได้
>>
>>
>>68.
>>
วิธีทำความสะอาดคราบดำของกาแฟที่หม้อต้มคือใช้ผงซักฟอกที่ใช้กับเครื่องซักผ้า
>>1
ช้อนโต๊ะใส่น้ำจนเต็มหม้อ แล้วแช่ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงล้างออก
>>
>>
>>69.
วิธีขจัดรอยเปื้อนบนผ้าปูโต๊ะให้สะอาดคือ

>>
ให้โรยเกลือป่นตรงรอยเปื้อน ใช้น้ำ ร้อนราด
>>
แล้วนำไปแช่ในน้ำนมสดต้มด้วยไฟอ่อนๆแล้วจึงนำไปซักรอยที่เปื้อน
>>
>>
>>70.
วิธีทำความสะอาดโป๊ะไฟ โคมไฟในส่วนที่ทำความสะอาดยากเช่น
>>
รอยจีบซอกเล็ก ซอกน้อย ให้ใช้
>>
เครื่องเป่าผมเป่าลมไปตามที่มีฝุ่นละอองจับ แล้วค่อยๆ ใช้ผ้าชุบ
>>
น้ำยาล้างจานเช็ด
>>
ตามด้วยผ้า สะอาดเช็ดอีกครั้ง เพียงเท่านี้โคมไฟที่ว่าหมองจะ
>>
ใหม่สะอาดทันที

>>
>>
>>71.
วิธีทำความสะอาดผ้าม่านพลาสติก ควรซักด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ
>>
หรือน้ำยาซักผ้าที่ผสม น้ำอุ่น แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
>>
ใช้ตากลมดีกว่าตากแดด เพราะจะไม่ทำให้ผ้าม่านสี จืดจางลงไป

>>
>>
>>72.
วิธีการทำความสะอาดกระจกเงาส่องหน้าให้ใสคือ
>>
นำยาสีฟันมาบีบใส่ไว้บนกระจกแล้วหาผ้าชุบน้ำมา
>>
เช็ดยาสีฟันที่บีบทิ้งไว้บนกระจก โดยถูให้ทั่วๆ กระจก
>>
แล้วใช้ผ้าเช็ดอีกครั้ง กระจกเงาที่หมอง จะดูเงางาม เป็นประกายทันที

>>
>>
>>73.
>>
วิธีทำความสะอาดคราบน้ำมันบนพื้นปูนซีเมนต์ให้สะอาดเอี่ยมคือหาขี้เถ้าที่อยู่ใน
>>
เตาถ่านมาโรยไว้บนคราบน้ำมันที่เปื้อนพื้นปูนซีเมนต์ให้ทั่ว
>>
ทิ้งไว้สักครู่ล้างออก ด้วยน้ำให้สะอาด

>>
ขี้เถ้าก็จะดูดคราบน้ำมันออกไปจนหมดเกลี้ยง
>>
>>
>>74.
วิธีทำความสะอาดรอยดินสอหรือดินสอเทียนที่ติดบนวอลล์เปเปอร์คือ
>>
ให้ใช้ เครื่องเป่าผมโดยใช้ลมร้อนจี้ตรงบริเวณนั้น
>>
แล้วหาผ้าฝ้ายชุบน้ำสบู่บิดให้ หมาด นำมาเช็ดถูตรงรอยเปื้อน

>>
รอยของสีนั้นก็จะจางหายไป
>>
>>
>>75.
วิธีทำความสะอาดคราบตะกอนที่ติดฝักบัวอาบน้ำคือ
>>
สำหรับแบบที่ไม่สามารถ ถอดออกได้
>>
ให้หาถุงพลาสติกใส่น้ำส้มสายชูพอประมาณ เอาฝักบัวใส่ไว้ถุงน้ำ

>>
ส้มสายชูแล้วผูกถุงให้แน่น ทิ้งไว้สักหนึ่งคืน
>>
นำออกมาล้างด้วยน้ำสะอาด หัวฝักบัวก็จะสะอาดและปราศจากคราบของตะกอน
>>
ทำให้น้ำไหลสะดวกขึ้น
>>
>>
>>76.
วิธีทำความสะอาดสีที่เปื้อนหน้าต่างผลมาจากการทาบ้าน

>>
ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสม น้ำเปล่า อัตราส่วน 2 : 1 ตั้งไฟให้ร้อนจัด
>>
ใช้แปรงทาสีที่สะอาดจุ่มส่วนผสมที่ยังร้อนอยู่ถูตรงบริเวณรอยเปื้อน
>>
รอยเปื้อนดังกล่าวจะหลุดออกได้เอง
>>
>>
>>77.
วิธีทำความสะอาดฝุ่นผงออกจากหมอนอิง ใช้เครื่องอบผ้าก็ได้
>>
โดยตั้งไว้ที่ อุณหภูมิต่ำๆ แล้วใส่ ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดพอหมาดลงไปด้วย
>>
>>
>>78.
วิธีทำความสะอาดพื้นที่ทำด้วยไวนิลให้สะอาดหมดจดมีวิธีทำง่ายๆ

>>
คือ นำน้ำอุ่น ผสมกับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วนเท่าๆ กัน
>>
แล้วนำมาล้างพื้นไวนีล เช็ดให้แห้งพื้นก็จะสะอาดสดใสทีเดียว
>>
>>
>>79.
วิธีทำความสะอาดคราบน้ำมันที่ติดอยู่บนวอลล์เปเปอร์

>>
ใช้แป้งฝุ่นผสมน้ำยาทำความสะอาด แล้วนำมาป้ายตรงจุดที่สกปรก
>>
ปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง ใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดออก คราบน้ำมันก็จะติดออกมาด้วย
>>
>>
>>80.
วิธีทำความสะอาดพรมที่เปื้อนคราบน้ำมัน

>>
ให้เทเบกกิ้งโซดาลงตรงบริเวณที่ เปื้อนคราบน้ำมัน ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ
>>12
ชั่วโมง แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดตรง รอยเปื้อนน้ำมันนั้น
>>
คราบก็จะจางหายไป
>>
>>
>>81.
วิธีทำความสะอาดคราบสกปรกที่เปื้อนกระเบื้องเคลือบ

>>
ให้ใช้ส่วนผสมของ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์
>>
และครีมออฟทาร์ทาร์อย่างละเท่ากัน ทาให้ทั่วแล้วล้าง ออกตามปกติ
>>
จะทำให้คราบสกปรกนั้นหายไป
>>
>>
>>82.
วิธีทำความสะอาดคราบสนิมออกจากถัง

>>
ทำได้โดยใช้น้ำมะนาวใส่ลงไปในบริเวณ ที่เป็นสนิม ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ
>>2-3
ชั่วโมง แล้วล้างออกคราบสนิมก็จะหลุดออกไปด้วย
>>
>>
>>83.
วิธีทำความสะอาดพื้นโรงรถที่เปื้อนน้ำมันเครื่อง ให้โรยด้วยทราย

>>
ทิ้งไว้ 1 คืน กวาด ทรายออกไป
>>
คราบน้ำมันก็จะหลุดออกไปด้วยกับทรายนั่นเอง
>>
>>
>>84.
วิธีทำความสะอาดหน้าต่างกระจกให้ใสสะอาด ผสมน้ำกับน้ำส้มสายชู 1 :
>>2
ส่วน แล้วนำไปใส่ในขวดสเปรย์ นำไปฉีดบนหน้าต่างกระจก

>>
แล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ เช็ดอีกที หน้าต่างกระจกจะใสจริงๆ
>>
>>
>>85.
>>
วิธีทำความสะอาดเปียโนควรใช้แวกซี่ทำความสะอาดดีที่สุดเพราะสารทำความสะอาด
>>
อย่างอื่นอาจจะทำให้ไม้โค้งงอได้

>>
>>
>>86.
วิธีทำความสะอาดเครื่องถ้วยชามคริสตัลให้ดูเป็นประกายเงางาม
>>
ให้ใช้ผ้าหนัง:)เช็ด ผ้าผนัง:)จะกำจัดฝุ่นผง
>>
และคราบน้ำออกได้ง่ายกว่าผ้าชนิดอื่นๆ
>>
>>
>>87.
วิธีทำความสะอาดคราบเทียนไขที่ติดแน่นออกจากเชิงเทียน
>>
มีวิธีทำง่ายๆ คือ ใส่เชิงเทียนในช่องแช่แข็งทิ้งไว้สักครู่
>>
จะสามารถเอาคราบเทียนออกได้ง่ายและหมดจดทีเดียว
>>
>>
>>88.
วิธีทำความสะอาดทัปเปอร์แวร์ให้หมดกลิ่นอับคือ ให้ผสมวานิลลาสกัด
>>2
ช้อนโต๊ะกับ น้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง
>>
แล้วใช้ผ้าชุบเช็ดให้ทั่วกลิ่นอับต่างๆ จะจางหายไป
>>
>>
>>89.
วิธีทำความสะอาดคราบตะกอนที่ติดอยู่ในแจกันดอกไม้

>>
ให้ออกได้โดยง่ายคือ
>>
ใช้เม็ดทำความสะอาดฟันปลอมใส่ไว้ในแจกันโดยให้มีน้ำติดอยู่นิดหน่อย
>>
เพื่อที่จะ ทำให้เกิด ฟองฟู่ แล้วดึงเอาตะกอนออกมา
>>
>>
>>90.
วิธีทำความสะอาดผ้าม่าน

>>
ทำได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากป้ายที่ติดมากับผ้าม่าน
>>
แล้วจุ่มลงไปในอ่างน้ำอุ่นที่ผสมกับเกลือ 1 ถ้วย
>>
แล้วแขวนผ้าม่านให้แห้ง โดยแผ่ให้หมดเนื้อผ้า
>>
จะทำให้ผ้าม่านสะอาดและไม่ยับอีกด้วย

>>
>>
>>91.
>>
วิธีการทำความสะอาดตู้ปลาหรืออ่างปลาใช้ฟองน้ำชุบเกลือป่นเช็ดถูให้ทั่ว
>>
เพราะ เกลือจะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่ในตู้หรืออ่างปลา
>>
และทำให้ตู้ปลาสะอาดหมดจด อีกด้วย

>>
>>
>>92.
วิธีการทำความสะอาดคราบไขมันที่เปรอะเปื้อนจานชาม หม้อ
>>
และภาชนะในครัว ให้ ล้างด้วยน้ำอุ่นกับน้ำยาล้างจาน
>>
จะทำให้การล้างเป็นไปได้ง่ายขึ้น
>>
>>
>>93.
วิธีการทำความสะอาดกรอบรูปที่ปิดทอง
>>
ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดฝุ่นให้ออกก็พอแล้ว เพราะ
>>
ถ้าใช้ผ้าชุบน้ำจะทำให้ทองที่ปิดอยู่ลอกออกหมด
>>
>>
>>94.
>>
วิธีทำความสะอาดคราบราที่ติดอยู่บนหนัง:)ที่ประดับตกแต่งบ้านเรือน

>>
ให้ใช้ผ้านุ่มๆ จุ่มแอลกอฮอลล์ผสมน้ำเช็ดให้ทั่วแล้วตากไว้ในที่ร่ม
>>
รอยเปื้อนคราบนหนัง:)จะหายไป
>>
>>
>>95.
วิธีทำความสะอาดคราบเขม่า หรือคราบควันไฟที่ติดอยู่หน้าเตาไฟ
>>
ให้ใช้ผ้าชุบน้ำส้ม สายชูที่ต้มพอร้อน เช็ดถูตามคราบเปื้อนให้ทั่ว

>>
แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้งคราบสกปรก นั้นๆ ก็จะออกไป
>>
>>
>>96.
วิธีขจัดกลิ่นลูกเหม็นที่ติดเสื้อผ้า
>>
มีวิธีทำง่ายๆ คือ นำเสื้อนั้นไปพรมน้ำให้แค่ชุ่มพอ
>>
แล้วนำเสื้อไปแขวนไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพียงชั่วข้ามคืนเดียว

>>
กลิ่นลูกเหม็น ที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าก็จะจางหายไปหมด
>>
>>
>>97.
>>
วิธีทำความสะอาดคนโทแก้วที่เอามือล้วงลงไปทำความสะอาดยากให้ทุบเปลือกไข่ใส่ลง
>>
ไป แล้วกรอกน้ำส้มสายชูตามลงไปเล็กน้อยเขย่าขวดแล้วแช่ทิ้งไว้สักครู่

>>
เทเปลือกไข่ ออก ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกที
>>
คนโทแก้วจะมองดูสะอาดหมดจดแล้วยังปราศจากกลิ่นอีกด้วย
>>
>>
>>98.
วิธีทำความสะอาดกะละมังที่เปื้อนคราบด่างทับทิม
>>
ให้ใช้เปลือกมะนาวเช็ด เพราะเปลือก

>>
มะนาวจะดูดและดึงคราบสีของด่างทับทิมออกไป
>>
>>
>>99.
วิธีทำความสะอาดรอยเปื้อนบนโทรศัพท์ที่มีสีขาว มีวิธีง่ายๆคือ
>>
ใช้ผ้าชุบน้ำยาล้างเล็บเช็ดถู ให้ทั่วคราบฝุ่นและรอยเปื้อนต่างๆ

>>
ก็จะหายไป
>>
>>
>>100.
วิธีการขจัดขนสุนัขออกจากพรม มีวิธีทำง่ายๆ คือ ใช้ฟองน้ำ
>>
ชุบน้ำบิดพอหมาดๆ มาซับ จะสามารถซับขนสุนัขออกได้โดยง่าย

บำบัดโรค… ด้วยตัวเราเอง

ความ
จริงแล้ว การบำบัดโรคด้วยตัวเราเองนับเป็นการรักษาอย่างถูกวิธี
และต้นทุนถูกที่สุด
เพราะโรคไม่น้อยเลยเกิดขึ้นจากพฤติกรรมการกินอยู่ของเรานี่แหละ “วีระชัย
วาสิดิลก” จากดิ อโรคยา คลินิก ได้พบเจอมากับตัวเอง

          เมื่อก่อนเขาเป็นโรคต่อมน้ำเหลืองบวม บวมตรงคอบ้าง แถวโคนขาบ้าง
กินยาก็ยุบไปเดือนหนึ่ง ต่อมาก็เป็นอีกแล้ว “ผมไปทุกโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ
หมอบอกว่า ต่อมน้ำเหลืองทำงานเร็วเกินไป จึงเกิดการบวมขึ้นมา หมอยังบอกว่า
โรคนี้รักษาไม่หายหรอก”

          ต่อมาเขายังเป็นโรคอีโคโนมี คลาส
ซินโดรม หรือเส้นเลือดอุดตันที่ขา เดินไม่ได้ “ผมนอนโรงพยาบาลอยู่ 40 กว่าวัน เสียเงินไปเกือบแสน ขาทั้งปวด ทั้งบวม เดินไม่ได้ หมอบอกว่า
โรคนี้รักษาไม่หายหรอก หมอสั่งห้ามด้วยว่า อย่าไปนวดขา นวดเท้า
นวดตัวเป็นอันขาด เพราะว่าลิ่มเลือดที่อุดตันที่ขาจะปลิวเข้าไปอุดตันที่ปอด
ที่หัวใจ”

          แต่เขาทนเจ็บไม่ไหว เมื่อมีญาติแนะนำ เขาจึงตัดสินใจไปนวด โดยนวด 3 วันติดกัน วันแรก น้ำตาผู้ชายไหลรินเพราะเจ็บมาก ๆ

          วันที่สอง เขาต้องขึ้นแท็กซี่คลานเข้าไปในร้าน เจ็บแต่ก็ยอมทน คิดว่าตายเป็นตาย
วันที่สาม ก็ไปนวดอีก พอกลับมาบ้านรู้สึกว่าดีขึ้น

          “ก่อนที่ผมจะป่วย ผมเรียนแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ก็รักษาไม่หาย
แต่การนวดช่วยผมได้ ผมจึงเรียนทั้งหมดเกี่ยวกับการนวดเท้า
ต่อมาก็เรียนการนวดตัว”

          เขา
พบว่า “การนวดนี่แหละเป็นสมบัติมหาศาลที่คนไทยลืมไป”
รวมทั้งพบว่าความเจ็บป่วยนั้นเกิดจากพฤติกรรมที่เราทำพิษกันเองทั้งนั้นเลย
เขาบอกว่า เมื่อเกิดโรคต่าง ๆ ขอให้พิจารณา 2 อย่าง คือย่อยดีไหม ถ่ายดีไหม

          “น้ำ
มีความสำคัญ ในร่างกายมีน้ำ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ ในเลือดมีน้ำ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ปกติคนที่น้ำหนัก 60 ก.ก. จะต้องดื่มน้ำวันละ 10 แก้ว
ตื่นเช้าขึ้นมาควรดื่ม 2-3 แก้ว เพื่อเอาของเสียออกจากร่างกาย
และอย่าดื่มน้ำหลังรับประทานอาหารมากเกินไป  ควรจะดื่มน้ำ 15 นาที
ก่อนกินอาหาร ระหว่างกินอาหาร หลังกินอาหาร ควรดื่มน้ำไม่เกินครึ่งแก้ว
ไฟย่อยอาหารจะได้ทำงานได้”

          “ผมกล้าพูดเลยว่า
คนส่วนใหญ่ป่วยเพราะการดื่มน้ำที่ไม่ถูกต้อง  ถ้าหากเอาหลักการกินน้ำไปรักษาคนทั่ว ๆ ไป
ผมว่าคนไข้ในโรงพยาบาลอย่างน้อยลดลงครึ่งหนึ่ง”

          เขา
ว่า หากกินข้าวแล้วดื่มน้ำเข้าไป 2-3 แก้ว ดื่มน้ำอัดลมเข้าไป
ดื่มกาแฟเย็นเข้าไป กระเพาะจะย่อยอาหารได้อย่างไร
เมื่อย่อยไม่ได้ก็เน่าและกลายเป็นสารพิษในร่างกาย เสร็จแล้วเอายาใส่ ๆ
เข้าไปอีก  ยานี้ก็กลายเป็นพิษอีก

          นั่นทำให้เขาเชื่อว่า เปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตรักษาโรคได้

          “การเจ็บป่วยการบำบัดต้องเริ่มจากตัวเรา ผมเองเริ่มจากตัวเองและครอบครัว
แล้วถึงค่อย ๆ ไปดูแลคนใกล้เรือนเคียง และไปทั่วประเทศ”

          ส่วนคนที่ปวดข้อ เป็นหวัด เป็นภูมิแพ้ นั้นแก้ได้ไม่ยาก

          “ให้หลีกเลี่ยงน้ำเย็น น้ำอัดลม นม ดื่มได้นิดหน่อย เพราะถ้ายังเป็นภูมิแพ้อยู่ กินน้ำเย็น น้ำอัดลม นม ชาติทั้งชาติก็หายไม่ได้”

          วีระชัยว่า ธรรมชาติสร้างชีวิตเรามา แต่เราลืมกัน เรามีพลังในการบำบัด
แต่ทุกวันนี้เรากินยากดทับไว้ เป็นเบาหวานก็กดทับไว้ เป็นความดันก็กดทับไว้
ไม่ปล่อยให้พลังบำบัดของร่างกายเราทำงาน ต้องปลุกเขาขึ้นมา
ให้อิสระเขาทำงาน

          จริง ๆ โรคอะไรก็รักษาได้ ถ้าเราดูแลร่างกายให้ดี ร่างกายมีพลังบำบัด เพียงแต่ปลุกพลังบำบัดของเราให้ดีขึ้นมาทำงาน”

          เช่นเดียวกับการดำเนินชีวิตของเราก็สำคัญไม่น้อย

          ตามแนวทางของนาฬิกาชีวิต ธรรมชาติแบ่งเวลามาให้เรา มีเวลากลางวัน กลางคืน มีความเป็นหยินและเป็นหยาง

          ถ้า
หากว่าเรายังนอนเกิน 5 ทุ่มถึงตี 1 ซึ่งเป็นเวลาที่ตับและถุงน้ำดีทำงานย่อยไขมันและกำจัดขยะ ก็เกิดปัญหาขึ้นมา
เพราะตับเป็นตัวระบายและสร้างการไหลเวียนของเลือด พอร่างกายไม่ได้พัก
ตับต้องทำงานหนัก ก็ร้อน ตับและถุงน้ำดีร้อนง่าย พอมันร้อน อาหารก็ไม่ย่อย
น้ำดีก็จะแห้ง

          พออาหารไม่ย่อยก็ไปหมดเลยทุกระบบร่างกาย เพราะว่าร่างกายที่เจ็บป่วยขึ้นมานั้น เกิดจากการย่อยไม่ปกติ และขับถ่ายไม่ดีนี่เอง

          โดยภาวะปกติของร่างกาย นั่นคือ “ย่อยได้” กับ “ถ่ายดี”

          เวลาร่างกายเราย่อยไม่ได้ มันจุกเสียด หากเราฝืนกินเข้าไปอีกก็จะเรอ ร่างกายฟ้องว่า มีแก๊สในท้องเยอะ

          “เราต้องพยายามให้ร่างกายเราสร้างพลังบำบัดขึ้นมา สร้างรั้วล้อมไว้ ร่างกายเราแข็งแรง ใครก็เข้ามาโจมตีไม่ได้”

          นี่คือ ความจริงที่เราสามารถเรียนรู้และแก้ไขได้ด้วยตัวเอง

 

(ประชาชาติธุรกิจ)
จรัญ ยั่งยืน…เรื่อง

Kunst für die Nachbarn

 
 


 

ฟังเสียงที่นี่

Im Projekt “2-3 Straßen” konnten rund 80 Menschen in Dortmund, Mülheim und Duisburg ein Jahr mietfrei wohnen. Bedingung: Sie sollten die Problemviertel, in denen sie wohnten, durch Kunstaktionen positiv verändern.‎

Das Projekt zählt zu den Veranstaltungen in der Kulturhauptstadt
RUHR.2010. Die Projektteilnehmer versuchten, die Nachbarschaft durch kleine Kunstaktionen aus den Wohnungen zu locken und zusammenzubringen. Dafür durften sie in einigen Häusern im Dortmunder Norden, einem sozialen Brennpunkt des Ruhrgebiets, ein Jahr lang mietfrei wohnen.

Der Initiator des Projekts ist der deutsche Künstler Jochen Gerz. Teilnehmende Künstler waren zum Beispiel Studenten wie Ralf Orendi mit seiner Aktion “Wohnzimmertheater”: Statt auf einer Bühne traten die Laiendarsteller in den Wohnzimmern der Anwohner auf. Eine Anwohnerin ist der Meinung, dass sich das Projekt im Alltag auf zwischenmenschlicher Ebene bemerkbar macht: Im Jahr 2010 hatte sie weniger Sorgen, wenn ihr kleiner Sohn alleine im Hof spielte. Ob Straßenfeste oder eine Fahrradwerkstatt für Kinder – plötzlich waren ständig Leute da, die sie kannte. Mit einigen Nachbarn hatte sie auf einmal einen viel intensiveren Kontakt als zuvor.

 Der Medienrummel um das Projekt war vor allem zu Beginn groß. Einige erwarteten, dass das Kunstprojekt die Problemviertel komplett umkrempeln würde. Ein etwas unrealistischer Wunsch, finden andere. Trotzdem sind die Teilnehmer vom Erfolg ihrer Arbeit überzeugt und möchten weitere Projekte in die Tat umsetzen.

Wenn nichts mehr geht

 ฟังเสียงที่นี่

 


 

Der Winter hat uns fest im Griff: Die Züge fahren nicht mehr regelmäßig, Flughäfen werden gesperrt, unsere gesamte Planung gerät ins Wanken. Für viele ist dies eine Katastrophe. Doch das Chaos hat auch eine gute Seite.‎

 Wir denken oft, wir hätten mit unserer modernen Technik alles im Griff. So fliegen wir mal eben für ein Meeting nach London, sind bestens organisiert und immer erreichbar – bis uns plötzlich die Natur einen Strich durch die Rechnung macht und selbst die modernste Technik an ihre Grenzen stößt.

 Im April 2010 hatte die isländische Vulkanasche ganz Europa ins Chaos gestürzt. Für mehrere Tage saßen tausende Reisende an den Flughäfen fest. Ob Wintereinbruch oder Vulkanausbruch – muss es immer eine Katastrophe sein? “Nein”, sagt Zeitforscher Karlheinz Geißler. Er erklärt: “Schauen Sie nur in die Werbung. Dort wird uns ständig versprochen, dass alles noch einen Tick schneller geht. Aber die Natur hat einen anderen Rhythmus.”

 Doch viele lernen, sich mit der Natur zu arrangieren. Wer kann, lässt sein Auto stehen. Nicht notwendige Reisen werden abgesagt. Was eben noch Priorität hatte, ist plötzlich unwichtig – weil es nicht erreichbar ist. Und so hat die neu entdeckte Langsamkeit auch ihr Gutes: Plötzlich bleibt wieder Zeit, um in Ruhe Musik zu hören oder ein gutes Buch zu lesen. Wir sollten die Zwangspause
genießen. Denn ewig wird das winterliche Wetter auch nicht dauern und die nächste Stressphase kommt bestimmt.

 
 

Klimawandel im Himalaya

ฟังเสียงที่นี่

Millionen von Asiaten leben vom Wasser der großen Flüsse aus dem Himalaya. Doch dort schmelzen die Gletscher. In der Zukunft wird das zu Wassermangel und schlechteren Ernten führen.

 In der kleinen Stadt Leh im Norden Indiens erzählt der Bauer Karma Jamyang von den Ereignissen im August 2010: “Blitze erleuchteten den Himmel, Donner erschütterte die Berge, und dann fing es an, heftigTop of the Document zu regnen. Es regnete so stark, wie ich es noch nie erlebt hatte.” In dieser Nacht starben fast 200 Menschen. Karma Jamyang und seine Familie konnten sich retten, aber sie verloren ihr ganzes Hab und Gut.

 
 

Leh liegt in einer Wüste 3500 Meter über dem Meer. Hier regnet es normalerweise nicht mehr als in der Sahara. Indische Meteorologen machen den weltweiten Klimawandel für das ungewöhnliche Wetter mitverantwortlich. Nach Angaben des Forschungsinstituts ICIMOD hat sich die tiefste Temperatur im Winter in dieser Region um ein Grad erhöht.

 
 

Ein Grad Temperaturunterschied, der die Natur stark verändert: Bei einer Befragung des französischen Instituts GERES sagten Dorfbewohner, dass im Winter weniger Schnee fällt, dass die Obstbäume früher blühen und die Zugvögel länger bleiben. Wenn weniger Schnee fällt und gleichzeitig die Temperaturen steigen, bekommen die Gletscher weniger Nachschub und schmelzen.

 
 

GERES-Mitarbeiter Samten Choephel sagt: “Die Mehrzahl der Dorfbewohner sind auf das Schmelzwasser der Gletscher angewiesen, zum Trinken und Kochen, aber auch zur Bewässerung der Felder.” Klimaforscher erwarten, dass es in der Zukunft in weiten Teilen Südasiens Wassermangel geben wird.

Nach dem Studium wieder in die Heimat

ฟังเสียงที่นี่ 

Immer mehr Migranten mit Studienabschluss
verlassen Deutschland. Obwohl die jungen Absolventen gute Qualifikationen haben, sind ihre Chancen auf dem deutschen Arbeitsmarkt nicht groß.

 Jeder dritte türkische Migrant, der in Deutschland studiert, möchte nach seinem Studienabschluss zurück in seine Heimat. Das zeigt eine Untersuchung des Zentrums für Türkeistudien an der Universität Duisburg/Essen. Bei einer Befragung des Instituts “Futureorg” sagten die meisten türkischen Akademiker, dass sie sich in der Bundesrepublik ausgegrenzt fühlen, obwohl sie eine gute Qualifikation haben.

 
 

Auch die 29-jährige Hacer Aydin, die in Deutschland studiert hat, teilt diese Meinung. Vor einem Jahr hat sie sich bei einem Dutzend deutscher Unternehmen
beworben
. Aber ohne Erfolg. “Das ist ein wesentlicher Punkt, dass die deutschen Staatsangehörigen bevorzugt werden“, sagt sie. Aus ihren Gesprächen mit der türkischen Community an der Ruhr-Universität Bochum weiß Hacer Aydin, dass türkische Absolventen bessere Berufschancen haben, wenn sie in die Türkei zurückkehren.

 
 

Dirk Halm vom Zentrum für Türkeistudien stellt fest, dass der einzige Grund für diese unterschiedliche Behandlung
ist, dass die türkischen Akademiker eben keine deutsche Herkunft haben. An ihren Sprachkenntnissen kann es nicht liegen, weil sie an einer deutschen Hochschule ihren Abschluss gemacht haben. Nur weil der Bewerber nicht Schmidt, sondern Yüksel heißt, hat er die schlechteren Karten, meint Dirk Halm und wünscht sich, dass das schnell geändert wird.

 
 

Es sind vor allem Akademiker, die für den deutschen Arbeitsmarkt wichtig sind, die Deutschland nach ihrem  Abschluss verlassen wollen: Ingenieure und IT-Fachleute. Mit einem deutschen Abschluss sind sie in ihrer Heimat nicht nur beruflich, sondern auch privat eine sehr gute Partie. Dass die Zahl der Remigranten in den letzten Jahren steigt, ist aber ein großer Nachteil – und zwar nicht nur für den deutschen Arbeitsmarkt. 

 
 

สารกำจัดแมลงสาบสูตรตายยกรัง…

>เด็กหญิงเจนจิรา โพนยงค์ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 และทีมงาน

 

>เด็กนักเรียนประถมโรงเรียนสมเด็จประชานุเคราะห์ อำเภอสมเด็จ

>จังหวัดกาฬสินธุ์

 

>หัวใสคิดค้นสารกำจัดแมลงสาบ

 

>ค้นพบสารกำจัดแมลงสาบสูตรตายยกรัง

 

>สัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคร้ายสูตรตายรังได้สำเร็จ

 

>สามารถกำจัดแมลงสาบได้ดีโดยไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

 

>แมลงสาบ สัตว์ที่มีนิสัยทำลายข้าวของ ขับถ่ายสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น

 

>และเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อโรคมาสู่คนมากมาย

 

>ได้แก่โรคทางเดินอาหาร อหิวาตกโรค ไทฟอยด์ ภูมิแพ้ และโรคหอบหืด

 

>สารกำจัดแมลงสาบที่ค้นพบและสามารถกำจัดแมลงสาบให้กลับไปตายที่รังได้สำเร็จ

 

>>>มีส่วนประกอบสำคัญคือ ปูนซีเมนต์ผง ผงแป้งข้าวจ้าว

>>>และผงโอวัลตินซึ่งเมื่อนำผง 3ชนิด

 

>มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันมากที่สุดแล้วนำไปวางไว้ในที่ที่มีแมลงสาบซุกชุม

 

>พร้อมนำน้ำไปวางใกล้ๆ

 

>แมลงสาบจะมากินสารกำจัดแมลงสาบและน้ำแล้วจะกลับไปตายที่รังของมัน

 

>ซึ่งเป็นวิธีการกำจัดแมลงสาบที่ไม่มีพิษตกค้าง

 

>และเป็นอันตรายต่อมนุษย์เหมือนกับการกำจัดแมลงสาบโดยวิธีการใช้สารเคมีฉีดพ่่น

 

>ผู้คิดค้นสารกำจัดแมลงสาบกล่าวว่า

 

>ส่วนประกอบของสารกำจัดแมลงสาบที่นำผสมกันจะมีคุณสมบัติและทำหน้าที่แตกต่างกันไป

 

คือ

1. โอวัลตินจะเป็นสารที่ล่อให้แมลงสาบมากินสารกำจัดแมลงสาบ

 

2. แป้งข้าวจ้าวจะทำให้แมลงสาบหิวน้ำเมื่อกินเข้าไป

 

3. ส่วนปูนซีเมนต์จะทำให้แมลงสาบแน่นท้องและตายเมื่อกินสารกำจัดแมลงสาบและน้ำเข้าไป

 

>ทุกคนทุกบ้านสามารถผลิตสารกำจัดแมลงสาบแบบง่ายๆนี้และนำไปใช้ได้เองอย่างปลอดภัย

 

>ไม่มีสารตกค้าง ให้เป็นอันตรายกับชีวิต

 

>ต้องขอชื่นชมเด็กไทย หัวใส มีสติปัญญาไม่แพ้ประเทศไหนในโลกใบนี้เหมือนกัน

 

>>>ต้องช่วยกันเผยแพร่สิ่งดีๆ นี้ให้รู้กันทั่วไป

 

 

จัดบ้านดีชีวิตรุ่งเรือง

จัดบ้านดี…ชีวิตรุ่งเรือง

1. ควรตั้งกระถางต้นไม้ที่มุมต่าง ๆ ของบ้าน แต่งห้องรับแขก

ด้วยอ่างน้ำพุหรือตู้ปลา

 

2. อย่าให้บ้านแล้งหรือขาดน้ำและต้นไม้ ซึ่งเป็นพลังแห่งชีวิต

บ้านที่ไม่มีความเขียวสดของต้นไม้มักเป็นบ้านที่ขาดโชคลาภ

 

3. เปิดไฟในบ้านให้สว่างไสวเสมอ บ้านที่มืดมิดอยู่เสมอเป็นบ้านโชคร้าย

 

4. ติดกระดิ่งลมที่หน้าต่าง กระดิ่งลมถือเป็นของประดับที่เสริมโชคลาภ

 

5. แขวนลูกแก้วคริสตับไว้ที่ขอบประตูหรือตั้งไว้บนโต๊ะ

เพื่อกระจายพลังที่ดีให้ไหลเวียนทั่วบ้าน ปัดเป่าพลังที่ชั่วร้าย

ดึงดูดโชคดีและนำความราบรื่นเรียบร้อยมาให้

 

 

จัดบ้านดี…ชีวิตรุ่งเรือง ( 2)

1. จัดผักผลไม้สีส้มหรือเหลืองไว้ในครัว หรือหาดอกไม้เหลือง

ปักแจกันตั้งไว้ในครัวเพื่อกระตุ้นพลังแห่งทรัพย์สินและความอุดมสมบูรณ์

ใช้สีเหลืองและเขียวในครัวอย่างพอเหมาะจึงจะโชคดี อย่าใช้มากเกินไป

 

2. ต้นไม้ที่ออกดอกสีขาวช่วยเสริมมงคลให้บ้านได้ แต่อย่ามากไปจนเต็มบ้าน

เพราะจะนำมาซึ่งความสูญเสียและความโศกเศร้า

 

3. หมั่นตรวจดูแหล่งน้ำในบ้านเสมอ นำใสจะเรียกเงินทองโชคลาภเข้าบ้าน

น้ำที่ขุ่นและเหม็นจะทำลายพลังชีวิต ทำให้เจ็บป่วยง่ายและตัดโชคลาภ

 

4. ” น้ำร้องเพลง” คือแหล่งน้ำที่ไหลเบา ๆ ส่งเสียงเพราะกล่อมบ้าน

แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล

น้ำเช่นนี้จะดึงดูดความมั่งคั่งร่ำรวยเข้าบ้าน การจัดแต่งบ้านให้มีแหล่งน้ำร้องเพลง

 

สามารถทำได้โดยตั้วอ่างน้ำพุเล็ก ๆ หรือโอ่งน้ำล้นที่มุมหนึ่งมุมใดของบ้าน

 

5. ” น้ำคำราม” คือแหล่งน้ำที่สร้างเสียงดังเกินไป นอกจากจะไม่น่าฟังแล้ว

ยังหนวกหูด้วย หากอยู่ในบ้านหรือใกล้บ้านจะทำลายโชคลาภ

ทำให้เสียเงินเสียทองและนำทุกข์ภัยมาสู่

 

6. ปลาทอง 9 ตัวจะนำมาซึ่งความมั่งคั่งร่ำรวย ควรเลี้ยงปลาทอง 9 ตัวในตู้ปลา

ถ้าปลาตายต้องรีบหาปลามาเพื่อมอย่าให้มีจำนวนปลาลดลง อาจเลี้ยงปลาทอง 8 ตัว

แล้วเลี้ยงปลาทองตัวสีดำ อีก 1 ตัว ก็ดี ปลาทองสีดำ

จะขับไล่สิ่งอับโชคและความชั่วร้าย

 

 

7. สีเขียวแก่และสีเทาดำ เป็นสีหลักที่ควรเลือกใช้ในห้องทำงานหรือมุมทำงาน

ของผู้เป็นเจ้าของบ้านเพื่อเสริมส่งด้านลาภยศและอำนาจบารมี

 

 

จัดบ้านดี…ชีวิตรุ่งเรือง ( 3)

 

1. เลือกรูปภาพของสมาชิกในบ้านที่ถ่ายรูปร่วมกันมาใส่กรอบ

แล้วตั้งโชว์ในห้องรับแขก เพื่อเสริมส่งความรักใคร่กลมเกลียวและรักษา

ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

 

2. ตู้เสื้อผ้าที่รกรุงรังไร้ระเบียบถือเป็นลักษณะไม่ดี ส่งผลให้เจ้าของมีอารมณ์

แปรปรวนง่าย มักมีเรื่องวุ่นวายให้แก้ไขหรือจัดการ จนขาดเวลาผ่อนคลาย

และไม่ได้มีเวลาว่างอย่างเป็นส่วนตัวนัก

 

3. การติดตั้งนาฬิกาควรติดตั้งไว้บนผนังด้านซ้ายมือของบ้าน

คือถ้ายืนอยู่ในตัวบานแล้วให้หันหน้าออกนอกบ้าน ผนังทางซ้ายมือคือ

ตำแหน่งที่ดีสำหรับการติดตั้งหรือแขวนนาฬิกา ไม่ควรติดบนผนังขวามือ

เพราะจะขัดต่อโชคลาภ

 

4. เมื่อยืนอยู่นอกบ้านแล้วมองเข้าไปในบ้าน หากสามารถมองเห็นนาฬิกา

ได้ถนัดชัดเจน เพราะนาฬิกาถูกแขวนไว้บนผนังในตำแหน่งที่ตรงกับประตูพอดี

ลักษณะนี้ถือว่าไม่ดี

 

5. ในบ้านอย่ามีนาฬิกามากเกินไป การแต่งบ้านด้วยการประดับนาฬิกามากเกินไป

จนทั่วบ้านนั้นไม่เป็นมงคล นาฬิกาที่มีหลายเรือนเกินไปหรือมีแทบทุกมุมในบ้าน

จะเป็นเสมือนพลังที่เร่งเวลาชีวิต ส่งผลให้มีแต่ความวุ่นวาย เหนื่อยมาก

ความเร่งร้อน การเฝ้ารอและการแข่งขัน

 

6. ลวดลายที่ให้ความรู้สึกสับสนไม่ควรเลือกมาใช้เพราะจะนำมาซึ่งความสับสน

วุ่นวายเรื่อยไป ลวดลายคล้ายกรวดหินก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะจะนำมาซึ่งอุปสรรค

ความกดดันและความไม่ราบรื่นทั้งปวง

 

7. การเลี้ยงปลาตู้สวยงามจะนำโชคดีมาให้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจำนวนปลา

นั้นเป็นมงคลและถูกโฉลกกัน ควรเลี้ยงปลาเป็นจำนวน 1 ตัว 6 ตัว 8 ตัว หรือ 9 ตัว

ไม่ควรเลี้ยงปลาจำนวน 2 ตัว 5 ตัว หรือ 7 ตัว

 

 

 

จัดบ้านดี…ชีวิตรุ่งเรือง ( 4)

 

เกร็ดความรู้ / เทคนิคดี ๆ / เคล็ดลับดี ๆ ที่น่ารู้

 

1. สรรพเสียงของบ้าน บ่งบอกถึงความสุข ความเจริญของคนในบ้าน

ถ้าบ้านใดมีเสียงพูดคุย มีเสียงหัวเราะ และมีเสียงเพลงเปิดกล่อมบ้าง

ย่อมเป็นบ้านที่สมบูรณ์พูนสุข

บ้านที่เงียบกริบไร้เสียงใด ๆ หรือมีแต่เสียงด่าทอ เสียงร้องได้

จะเป็นบ้านที่มีแต่ทุกข์ร้อน

 

2. ปลูกต้นไผ่หน้าบ้านเพื่อเรียกโชคลาภ ปัดเป่าโชคร้าย

ต้นไผ่เป็นต้นไม้มงคลเสริมส่งโชคลาภ เคล็ดการปลูกต้องจัดแต่ง

ให้ต้นไผ่เรียงเป็นแถวเป็นเแนวชิดกันเหมือนม่าน

หรือปลูกเป็นกอใหญ่สวยงามเขียวครึ้มสักหน่อย อย่าปลูกแค่กอเล็ก ๆ

ดูหรอมแหรม

 

3. หน้าบ้านควรมีต้นไม้เขียวชะอุ่มชื่นตา บ้านที่มีต้นไม้เป็นบ้านที่

ไม่ขาดโชคลาภ เพราะต้นไม้คือสัญลักษณ์แห่งชีวิตที่เติบโตงอกงาม

และต้องดูแลจัดแต่งให้สวยงาม หมั่นดูแล ตัดกิ่งและให้ปุ๋ย จะดึงดูดโชคดีเข้าบ้าน

 

4. บริเวณหน้าบ้านหากสกปรกเลอะเทอะ ไปด้วยกองขยะหรือสิ่งของต่าง ๆ

จะทำให้อับโชค มีแต่ความเสื่อมถอยแทนความรุ่งเรือง

ดังนั้นต้องหมั่นทำความสะอาด ไม่ว่าจะหน้าบ้านเล็กหรือแคบ

ก็ต้องดูแลรักษาให้สะอาดเสมอ

 

5. ชั้นวางรองเท้าควรเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ถ้าชั้นวางอยู่ใกล้ประตูหน้าบ้านมากยิ่งต้องระวังให้ดี ชั้นวางรองเท้าที่สกปรก

และมีกิล่นเหม็นจะทำลายโชคลาภจนหมดสิ้น ต้องหมั่นดูแลความสะอาด

จัดวางให้เป็นระเบียบ ทางที่ดีอย่าวางชั้นวางรองเท้าไว้ใกล้ประตูนัก

 

6. จัดให้มีแหล่งน้ำใกล้ประตูบ้าน ถือเป็นเรื่องดี เสริมส่งมาทางโชคลาภเงินทอง

ให้ตั้งอ่างน้ำเลี้ยงบัว เลี้ยงปลา

หรือทำสระน้ำเลี้ยงปลาหรือตั้งตู้ปลาไว้ใกล้ประตูบ้าน

 

อย่าตั้งชิดทางเข้าบ้านนัก แค่จัดให้อยู่ในบริเวณ หน้าบ้านก็พอแล้ว

เช่นตั้งอ่างบัวไว้หน้าบ้านด้านนอก หรือตั้งตู้ปลาไว้ที่ห้องรับแขก เป็นต้น

 

จัดบ้านดี…ชีวิตรุ่งเรือง (5)

 

1. ดูแลไฟหน้าบ้านเสมอ ถ้าหลอดไฟที่รั้วหน้าบ้านชำรุดต้องรีบเปลี่ยนให้ดี

ยามค่ำคืนต้องเปิดไฟให้บริเวณหน้าบ้านสว่างไสว เพื่อให้ไฟทางแก่ผู้สัญจรผ่านไปมา

เพื่อความปลอดภัยของบ้านเราเอง และช่วยเสริมส่งมงคลของบ้าน

เพราะถ้าปล่อยให้หน้าบ้านมืดสลัวเสมอ ๆ โชคลาภจะหดหาย

คนในบ้านจะมีแต่เรื่องหม่นหมองหดหู่ในใจ

 

2. จัดห้องรับแขกให้โปร่งโล่งสะอาด จึงจะเรียกโชคลาภและความร่ำรวยเข้าบ้าน

ห้องรับแขกที่ไม่สะอากและเดินไม่สะดวกเพราะเต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะ

จะนำโชคร้ายมาให้ คนในบ้านจะขัดแย้งกันบ่อย ๆ

 

3. ดึงดูดพลังงานที่ดีเข้าบ้าน เรียกโชคลาภเข้าบ้านด้วยการหาสิ่งของมงคล

มาตกแต่งบ้านแต่เพียงพอเหมาะ เช่น ติดรูปภาพวิวทิวทัศน์ที่ดูเจริญหูเจริญตาที่ผนัง

ปลูกต้นโป๊ยเซียนไว้ที่ระเบียง อย่านำข้าวของที่ไม่เป็นมงคลเข้าบ้าน เช่น

ซากสัตว์สตาฟฟ์ รูปภาพที่ดูสยดสยอง เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำโชคร้ายเข้าบ้าน

 

4. ขยายห้องรับแขกให้กว้างขึ้นด้วยการติดกระจกเงาบานใหญ่ที่ผนัง

เพราะถ้าห้องรับแขกคับแคบจนรู้สึกอึดอัดก็จะมีผลไปถึงการไหลเวียนของพลังที่ดี

ในจักรวาล การติดกระจกเงาต้องระวัง อย่าติดในมุมที่จะสะท้อนภาพที่ไม่ดี

เช่น ห้องน้ำ หรือมุมเก็บของที่รกรุงรัง ควรติดในตำแหน่งที่กระจกจะสามารถ

สะท้อนภาพของสิ่งที่ดีๆ เสมอ

 

5. จัดห้องรับแขกโดยเน้นที่จุดเงินทองโชคลาภของบ้าน เพื่อเสริมส่งพลังงาน

อันจะทำให้คนในบ้านร่ำรวยมั่งคั่ง และมีแต่ความสุข โดยการนำแจกันปักดอกไม้

มาตั้งบนโต๊ะเล็ก ๆ ที่ตำแหน่งโชค หรือตั้งกระถางต้นไม้มงคลเช่นไผ่ หรือต้นวาสนา

วางโต๊ะเล็ก ๆ ตั้ง ฮก ลก ซิ่ว หรือตั้งสัญลักษณ์มงคลอื่น ๆ บนโต๊ะนั้น

หรือจะตั้งตู้เลี้ยงปลาเงินปลาทองก็ได้

 

6. ตำแหน่งโชคของบ้าน คือจุดที่ทะแยงมุมกับประตู ลองเขียนผังบ้านลงในกระดาษ

ลากเส้นทะแยงมุมจากประตูไปที่มุมห้อง มุมนั้นคือจุดโชคลาภ

ต้องหมั่นรักษาความสะอาดที่บริเวณนั้น บ้านใดที่มีบริเวณจุดโชคของบ้าน

สกปรกมักจะมีเรื่องปัญหาเงินทองและอับโชค

ไขมันพืช (น้ำมันปาล์ม) สาเหตุหนึ่งของอาการป่วยทางสมอง

เราพบว่าคนไทยป่วยโดยไม่น่าจะป่วยจำนวนมาก โดยเฉพาะโรคไต และโรคอัลไซเมอร์ คุณรู้หรือไม่ สาเหตุหลักมาจาก การรับประทาน น้ำมันพืชเกินความจำเป็น แม่บ้านยุคใหม่ ใช้น้ำมันพืชประกอบอาหาร ทั้งทอด ทั้งผัด ว่ากันว่าดีกว่าใช้ไขมันสัตว์ ประเภทน้ำมันหมู แต่น้ำมันพืชส่วนใหญ่ ที่ใช้ประกอบอาหาร ยังเป็น น้ำมันปาล์ม แม่สาลิกาเองได้อ่านเจอเอกสารซึ่งเขียนโดย อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ระบุว่าน้ำมันปาล์มเมื่อเจอความร้อน 37 องศา จะเกาะตัวเหนียวเป็นกาว แล้วไปขวางลำไส้อยู่ ทำให้เราดื่มน้ำแล้วซึมผ่านลำไส้ไม่ได้ (ลองไปดูคราบน้ำมันที่ติดขอบกะทะ จะเห็นว่าเหนียวมาก) สังเกตุได้ง่ายๆ ดื่มน้ำไม่เกิน 10 นาที ต้องไปปัสสาวะ คนยุคใหม่จึงไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ คงจะเป็นเพราะเหตุนี้

เมื่อ ร่างกายขาดน้ำ จะเกิดถุงน้ำดีข้น เวลาถุงน้ำดีข้น คนจะเป็นโรคขัดใจไม่ได้ ขัดใจแล้วจะหงุดหงิด เด็กยุคใหม่จึงไม่ค่อยชอบให้ใครขัดใจ ถุงน้ำดีข้นมีสิทธิ์เป็นบ้าได้ คลุ้มคลั่ง เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ประการต่อมา เมื่อถุงน้ำดีข้น ทำให้เลือดไม่ค่อยมาเลี้ยงสมองส่วนหน้า จะหายใจติดขัด และนอนไม่ค่อยหลับ ปวดหัวข้างเดียวบ้าง สองข้างบ้าง เป็นแบบปวดหัวไมเกรน มาจากถุงน้ำดีข้น ต้นเหตุเพราะน้ำดูดซึมเข้าร่างกายไม่ได้ เป็นประเด็นหนึ่งที่คนเป็นกันมาก

เมื่อ ร่างกายดูดซึมน้ำได้น้อย จึงเกิดปัญหาการขาดสารอาหาร ที่ละลายในน้ำ เพราะต้องใช้น้ำเป็นตัวพา สารอาหารที่ต้องการน้ำเป็นตัวทำละลาย ได้แก่ วิตามินซี, บี, โปรตีน, กรดอะมิโน ส่วนสารอาหารต้องละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ, ดี, อี, เค เมื่อน้ำเข้าไม่ได้ สารอาหารที่มากับน้ำก็ไเข้าไม่ได้ เข้าได้แต่เฉพาะสารอาหาร ที่มากับไขมันอย่างเดียว เมื่อสารอาหารเข้าไปไม่ครบทั้งสารอาหารจากน้ำและไขมัน ไตจึงต้องขับสารอาหารทั้งหมดที่ไม่ครบคู่ทิ้ง ไตเลยทำงานหนักโดยไม่จำเป็น คนจึงเป็นโรคไต ต้องล้างไตเป็นจำนวนมาก

สูตรอาหารล้างพิษในลำไส้ วิธีแก้ปัญหาไขมัน ขวางระบบดูดซึม คือ การเอา นมสด + โยเกิร์ต + น้ำผึ้ง + มะนาว มาผสมกัน เมื่อรับประทานเข้าไปจะไปล้างไขมันที่เกาะลำไส้ได้ โดยจุลินทรีย์จากโยเกิร์ต เมื่อเราผสมกับนม น้ำผึ้ง และมะนาว จะผลิตจุลินทรีย์ชนิดดีออกมา เพื่อย่อยขยะในลำไส้ แล้วเปลี่ยนขยะเป็น บี12 ไปเลี้ยงสมอง และลดความอ้วนได้ ควรดื่มตอนเช้า (ถ้ารับประทานหลังเที่ยงจะเพิ่มความอ้วน)

ประโยชน์ของ ยาสีฟัน

นอก
จากจะทำให้ฟันสะอาดสดใสแล้ว
ยาสีฟันยังใช้งานได้อย่างวิเศษกับของอย่างอื่นที่ไม่ใช่ฟันด้วยล่ะ
และนี่คือการใช้ยาสีฟันแบบสีขาว (เว้นแต่บอกไว้อย่างอื่น) กับงานต่าง ๆ
รอบบ้านและรอบตัวคุณ

          
  1. 
บรรเทาอาการระคายเคืองจากแมลงกัดต่อยหรือแผลพุพอง
ทายาสีฟันลงไปบริเวณที่ถูกแมลงกัดต่อยโดยตรง
มันจะบรรเทาอาการคันและลดความบวมลงได้
ส่วนแผลพุพองยาสีฟันจะทำให้แผลแห้งและหายเร็วขึ้น
โดยควรทาทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

  2. บรรเทาแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
สำหรับแผลเล็กน้อยที่ไม่มีรอยเปิด ยาสีฟันจะให้ความเย็นที่ช่วยบรรเทาอาการได้ โดยต้องทาลงไปทันทีหลังเกิดรอยแผล

  3. กำจัดสิว
อยากให้สิวหายเร็วขึ้นงั้นหรือ? ลองทายาสีฟันลงบนสิวแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วล้างออกในตอนเช้าสิ สิวจะยุบลงและหายเร็วขึ้น

  4. ทำความสะอาดเล็บ
ทั้งเล็บและฟันมีส่วนประกอบของกระดูกเหมือนกัน ยาสีฟัน
จึงดีกับเล็บเช่นกันเพราะฉะนั้นอย่าลืมใช้แปรงและยาสีฟันขัดเล็บเป็นประจำ
เพื่อช่วยให้เล็บสะอาดเป็นเงางาม และแข็งแรงขึ้น

  5. ทำให้ผมอยู่ทรง
ยาสีฟันแบบเจลมีส่วนผสมของโพลีเมอร์ที่ละลายน้ำ
ซึ่งเป็นส่วนผสมแบบเดียวกับที่เจลแต่งผมส่วนใหญ่ใช้ ฉะนั้น
ถ้าคุณมองหาอะไรที่จะสร้างสรรค์ผมซึ่งต้องการความอยู่ตัวแบบสุด ๆ
แต่เจลแต่งผมเกิดขาดมือ ลองใช้ยาสีฟันแบบเจลแทนก็ได้

  6. กำจัดกลิ่นเหม็น
ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกระเทียม หัวหอม ปลา หรืออาหารกลิ่นแรงอื่น ๆ ที่ติดอยู่บนมือ ลองใช้ยาสีฟันถูมือ มันจะช่วยกำจัดกลิ่นพวกนี้ได้

  7.
กำจัดรอยเปื้อน
รอยเปื้อนที่กำจัดยากบนเสื้อผ้าหรือพรม
ยาสีฟันสามารถช่วยได้สำหรับเสื้อผ้า
ทายาสีฟันลงบนรอยเปื้อนโดยตรงและขยี้เบา ๆ จนกระทั่งรอยเปื้อนหายไป
แล้วซักตามปกติ (แต่ควรระวัง
ถ้าใช้ยาสีฟันแบบไวเทนนิ่งบนผ้าสีอาจทำให้สีผ้าซีดลงได้)
สำหรับรอยเปื้อนบนพรม ทายาสีฟันลงบนรอยเปื้อน ใช้แปรงขัดจนรอยเปื้อนจางลง
แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
          
  8.
ชุบชีวิตรองเท้าเก่า
ทำความสะอาดรองเท้าวิ่งที่สกปรกมอมแมม แต่ซักน้ำไม่ได้ ด้วยการทายาสีฟันลงบนรอยเปื้อนแล้วขัดเบา ๆ จากนั้น เช็ดให้สะอาด

  9. กำจัดรอยสีเทียนบนผนัง
ใช้ผ้าชุบน้ำพอชื้น ๆ กับยาสีฟันขัดเบา ๆ บนรอยเปื้อน

  10.
ทำความสะอาดเครื่องประดับเงิน
ทายาสีฟันลงบนเครื่องประดับเงิน แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นใช้ผ้าสะอาด ๆ
เช็ดออกในตอนเช้า ส่วนเครื่องประดับที่เป็นเพชร ก็สามารถใช้แปรงนุ่ม ๆ
ยาสีฟันเล็กน้อย และน้ำขัดเบา ๆ ให้แวววาวดังเก่าได้
แต่อย่าใช้กับมุกเพราะจะทำให้เคลือบผิวเสียหายได้

  11.
กำจัดรอยขีดข่วนบนซีดี
ได้ผลดีกับรอยขีดข่วนตื้น ๆ และรอยเปื้อนทั่วไปแค่ทายาสีฟันบาง ๆ ลงบนแผ่นซีดี ถูเบา ๆ แล้วเช็ดด้วยน้ำให้สะอาด

  12.
ทำความสะอาดคีย์เปียโน
น้ำมันบนผิวหนังอาจติดอยู่บนคีย์เปียโน
และดึงดูดเอาฝุ่นและความสกปรกมาสะสมไว้
ทำความสะอาดมันด้วยผ้าที่ปราศจากขุยชุบน้ำพอชื้น ๆ
แตะยาสีฟันเล็กน้อยจากนั้น เช็ดซ้ำด้วยผ้าสะอาด ๆ อีกผืน

  13.
กำจัดกลิ่นขวดนมเด็ก
ถ้าขวดนมเริ่มมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของนมบูด
ลองใช้ยาสีฟันทำความสะอาดคราบตกค้างและกำจัดกลิ่น
แต่ต้องล้างน้ำสะอาดให้หมดจดจริง ๆ ก่อนใช้

  14.
กำจัดรอยไหม้บนหน้าเตารีด
ซิลิก้าในยาสีฟันสามารถช่วยกำจัดคราบดำ ๆ ไหม้ ๆ พวกนั้นได้

  15.
คืนความใส่ให้เลนส์
แว่นตาสำหรับว่ายน้ำหรือดำน้ำอาจขุ่นมัวได้เมื่อใช้ไปนาน ๆ  ก่อนจะซื้ออันใหม่ลองทายาสีฟันเล็กน้อย ลงบนกระจกแว่น
ถูให้ทั่วแล้วล้างให้สะอาด แต่อย่าขัดแรงเกินไป
เนื่องจากส่วนผสมที่มีฤทธิ์ในการขัดสีในยาสีฟันอาจทำให้เลนส์เป็นรอยได้

FW Mail

Previous Older Entries

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.