สัพเพเหระ

สูตรเศรษฐี

แสดงความเห็นโดย juntima บน 09/12/2009

เศรษฐีใครๆก็อยากเป็น แต่การจะเป็นเศรษฐีนั้นไม่ง่าย ต้องอาศัยความขยัน ความมุมานะและความอดทนเป็นอย่างสูง แม้แต่ตัวผู้เขียนเอง ซึ่งก็ยังไม่ได้เป็นเศรษฐี ก็ยังอยากเป็นเศรษฐีกับเขาเหมือนกัน ผู้เขียนเองเป็นแฟนพันธ์แท้ของอาจารย์นิเวศน์ ติดตามอ่านทั้งบล็อคและซื้อหนังสือของอาจารย์มาอ่านทุกเล่มเท่าที่หาซื้อได้เพราะไม่ได้อาศัยอยู่เมืองไทย จะหาซื้อได้ก็เฉพาะตอนที่ไปเที่ยวเมืองไทยเท่านั้น แต่ด้วยปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตได้ช่วยให้ติดตามอ่านบทความที่เขียนโดยอาจารย์ได้สะดวกขึ้น บางครั้งได้อ่านบทความบางบทความที่เห็นว่าน่าจะนำมาเผยแพร่ต่อ จึงได้นำมาเสนอยังบล็อคของผู้เขียน อย่างบทความนี้ ผู้ที่ติดตามบล็อกสามารถเข้าไปอ่านได้ที่

สูตรเศรษฐี ของอาจารย์นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

เขียนแล้วใน การลงทุน | Leave a Comment »

ทางเลือกในการอยู่กับมะเร็ง

แสดงความเห็นโดย juntima บน 08/12/2009

หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะ ลอง

และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น

ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

1. ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย

เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน

จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล

เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว

มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ

จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง

3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ

เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง

มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ

ซึ่งอาจเกิดจากยีน

สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต

5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ

การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

6.

การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก

ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ

ไต หัวใจ

ปอด ฯลฯ

7. การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้

เป็นแผลเป็น

และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ

8. การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ

อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

9. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป

ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง

ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

10. การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา

และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง

คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง

a. น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง

การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง

สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น

นิวตร้าสวีต ‘ ‘ อีควล ‘ ‘ สปูนฟูล ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน

ซึ่งเป็นอันตราย

สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย

แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว

ควรหันไปเลือกใช้

แบรก อมิโน หรือเกลือทะเลแทน

b. นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร

เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก

การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม

จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร

c. เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแงดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะ

สร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด

รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ

ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่

ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง

d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง

และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20%

อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว

น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15

นาที

เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี

เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด (

ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3

ครั้งต่อวัน

เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C)

e. ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง

ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง

น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง

เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด

ให้หลีกเลี่ยง

12. โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย

เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น

13. ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้

การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง

จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง

และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น

14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol

hexaphosphate หรือ

phytic acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน ,

เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น

สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล

หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซล

ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย

ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

15. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ

การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง…

ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ

จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น

ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย

เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต

16. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก

การออกกำลังกายทุกวัน

และการหายใจลึกๆจะช่วยให้่ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล

การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง

เขียนแล้วใน สุขภาพ | Leave a Comment »

essen

แสดงความเห็นโดย juntima บน 07/12/2009

คำว่า essen แปลว่า รับประทาน หรือ มื้ออาหาร

ตัวอย่างประโยค

Vor dem Essen aufwärmen

อุ่นอาหารก่อนรับประทาน

Können Sie ein Restaurant empfehlen, wo man gut essen kann?

คุณพอจะแนะนำภัตตาคารดีๆให้สักแห่งได้ไหม?

Ich möchte etwas zu essen bestellen.

ฉันอยากจะสั่งอาหารสักหน่อย

Kann man bei Ihnen Essen für Diabetiker bekommen?

ที่ร้านคุณมีอาหารสำหรับคนเป็นเบาหวานไหม?

Ich möchte essen.

ฉันอยากรับประทาน

Möchten Sie etwas zu essen haben?

คุณอยากรับประทานอะไรไหม?

geräuschvoll essen

เคี้ยวเสียงดังมาก

Ich möchte die besten einheimischen Gerichte essen.

ฉันอยากทานอาหารพื้นเมืองที่ดีที่สุด

Könnten Sie mich bitte zum Essen wecken?

ช่วยปลุกฉันหน่อยได้ไหมเมื่อถึงเวลาอาหาร?

เขียนแล้วใน เรียนรู้คำศัพท์เยอรมัน | Leave a Comment »

จากยายซุบ ถึง ในหลวง..

แสดงความเห็นโดย juntima บน 03/12/2009

ในหลวงของปวงเรา

** ฉันอายตัวเองว่า ในขณะที่ท่านให้ชีวิตใหม่กับเรา

แต่เราช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย***

ยายซุบ สามร้อยยอด เป็นหญิงชาวบ้านวัย 70 แห่งบ้านคุ้งโตนด อำเภอกุยบุรี จังหวัด

ประจวบคีรีขันธ์ ยากจนมาตังแต่ยังสาวจวบจนวันนี้ หากแต่เธอกลับยืนยันว่า

เธอมีอดีตที่มีความหมายต่อชีวิตของแก อดีตที่หมายถึงชีวิตใหม่

ไม่ว่าแกจะยังจนต้องขอเงินลูก ๆ 9 คนใช้ดังเช่นทุกวันนี้หรือจะมั่งมีศรีสุข

ถูกหวยรวยเบอร์อย่างไรก็

ตาม แกไม่เคยลืมเหตุการณ์ครั้งนั้น เหตุการณ์ที่ล่วงเลยมานานกว่า 40 ปี

การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฏรบ้านคุ้งโตนด อำเภอกุยบุรี

ไม่เพียงทำให้หมู่

บ้านที่ยากจน ล้าหลัง ไม่มีแม้ถนนที่จะติดต่อกับโลกภายนอก ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

หากแต่การเสด็จพระราชดำเนินในครานั้นได้ทำให้หญิงคนหนึ่งมีชีวิตยืนยาวต่อมาจนถึงวันนี้

สมัยยังสาวยายเคยไปรับเสด็จในหลวงใช่ไหม ?

ยาย-ใช่ ตอนนั้นไปรับเสด็จที่ตีนถ้ำไทรในหมู่บ้านเรานี่แหละ ท่านเสด็จฯ

มาทางเหนือ

ไอ้เราป่วยเป็นไส้ติ่ง ปวดท้องมาครึ่งเดือนแล้ว แต่ไม่รู้หรอกนะตอนนั้นว่า

เป็นไส้ติ่ง ปว?ท้องนอนซม คนในบ้านบอกในหลวงจะมา เราก็อยากเห็น อยากไปรับเสด็จ

แต่ปวดท้องจนเดินไม่ไหว

เดินไม่ไหว แล้วไปยังไง ?

ยาย-ก็ให้คนหามไป ใส่เกวียนไปเลย

ทำไมถึงเลือกไปเฝ้าในหลวง ไม่ไปหาหมอ ?

ยาย-ไม่รู้สิ คืออยากเห็นตัวจริง ๆ ใกล้ ๆ นะ คิดในใจว่ายอมตายได้

แต่ขอไปรับเสด็จก่อน

แลกตัวแลกชีวิตกันเลย พูดง่าย ๆ ว่าวัดดวงเอาเลย อีกอย่างตอนนั้น

ถ้าเราไปหาหมอก็ลำบาก เพราะน้ำแห้ง เรือเครื่องก็ไม่มี ถ้าไปก็คงไปไม่ถึง

มันคงจะตายก่อน

แล้วตอนนั้นได้ถวายอะไรท่านบ้างไหม ?

ยาย-ยกมือพนมยังจะไม่ไหวเลย จะให้ถวายอะไรอีก (หัวเราะเสียงดัง)

แล้วได้เห็นท่านไหม ?

ยาย-ก็ได้เห็นท่านอยู่ แต่ก็เห็นห่าง ๆ

แล้วก็เห็นไม่นานเพราะว่าพระองค์ท่านต้องเสด็จฯ

ไปที่ตีนเขาอีกลูกคนละฟาก ทรงไปดูเรื่องที่จะระเบิดเขาทำทางเข้าออก

หมู่บ้าน

ไส้ติ่งเรากำลังจะแตก แล้วรอดมาได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้น ?

ยาย-ตอนนั้นไส้ติ่งกำลังจะแตก เงินสักบาทก็ไม่มีติดตัว

พอดีว่าพระราชินีท่านทรงเยี่ยมเยียนราษฏร แล้วทอดพระเนตรเห็นเรานั่งหน้าซีด

พิงเพื่อน

คือได้ตอนนั้นมัน

ไม่ไหวจริง ๆ ท่านทอดพระเนตรเห็นก็คงสังเกตได้ว่าอาการเราไม่ดี พระองค์ก็ถามว่า

เป็นอะไร ? ท่านบอกให้พูดธรรมดาก็ได้ เราบอกว่าเจ็บท้อง พระองค์ท่าน

ตรัสถามต่อว่า เจ็บมากี่วันแล้ว ? เราก็บอกว่า เจ็บมาครึ่งเดือนเห็นจะได้

ท่านก็เลยบอกให้หมอที่มาด้วยตรวจดู

แล้วหมอว่ายังไง ?

ยาย-หมอบอกว่าไส้ติ่งกำลังจะแตก พอหมอบอกอยางนั้น

พระองค์ท่านก็ทรงติดต่อไปที่ในหลวงซึ่ง ทรงอยู่ที่ตีนเขาอีกลูก

รู้ได้ยังไงว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงติดต่อไปที่ในหลวง ?

ยาย-รู้สิ เพราะเห็นในหลวง พระองค์ท่านทรงวิ่งจากตีนเขาลูกโน้นมาเลย

ห่างกันถึง 1 กิโล

( แค่นี้ก็ตื้นตันแทนคุณยายแล้ว)

รู้สึกอย่างไรบ้างในตอนนั้น ?

ยาย-ดีใจแล้วก็ปลื้มใจแบบมาก ๆ ไอ้ตอนแรกคิดว่ากำลังจะตายนี่ คิดว่าตัวเองรอดแน่

มันมีกำลังใจ คิดว่าขนาดพระเจ้าแผ่นดินยังเอาใจใส่เราขนาดนี้ เราจะตาย

ไม่ได้

พอในหลวงเสด็จมาถึง ทรงตรัสว่าอย่างไรหรือไม่ ?

ยาย-ท่านให้เอา ฮ. มารับ ท่านตรัสว่า เดี๋ยวเราจะกลับทางเรือเอง

ให้เอาคนไข้ไปส่งก่อน

พอพระองค์ท่านตรัส หมอสองคนก็หิ้วปีกเราไป ในหลวงท่านทรง

เมตตาเราไปจนถึงเครื่อง พอเราขึ้นไป ก่อนที่ประตู ฮ. จะปิด

เราก็มองลงมาเห็นในหลวง

ท่านทรงโบกพระหัตถ์ เราซาบซึ้งมาก ยิ่งบอกตัวของเราเลยว่าเรา

จะตายไม่ได้

ถ้าไม่มีในหลวงในวันนั้น ก็ต้องตายแน่ ?

ยาย-แน่นอน ไม่ต้องอะไรหรอก หมอบอกว่า มาช้ากว่านี้แค่ 2-3 นาที ก็ไม่รอดแล้ว

แล้ววันนั้นอย่างที่บอกว่าเรือเครื่องก็ไม่มี น้ำก็แห้ง

ไม่รู้ใช้เวลาครึ่งวันจะเดิน

ทางไปถึงโรงพยาบาลหรือเปล่า ถ้าในหลวงไม่เสด็จมาที่นี่ วันนั้นก็ตายแน่

ตายทั้ง ๆ

ที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไรตาย

เหมือนกับได้ชีวิตใหม่ ?

ยาย-ใช่ ชีวิตทุกวันนี้ถึงฉันแก่แล้ว

แต่เมื่อนึกถึงวันนั้นทีไรรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ทุกที ตอนนั่งดูโทรทัศน์

เวลาเห็นท่าน

เราก็จะพนมมือไหว้ตลอด รู้สึกว่าท่านได้มอบ

ชีวิตใหม่ให้กับเรา

ตอนนั้นอยู่บน ฮ. เป็นอย่างไรบ้าง ?

ยาย-จำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าพอบินขึ้นไปพักใหญ่หมอก็ถามว่าเป็นยังไงบ้าง

เราพูดไม่ค่อยไหว แต่ก็บอกไปว่าปวดท้อง บน ฮ. นอกจากเรา ก็มีหมออีก 2 คน แ้วก็คน

ขับอีก 2 คน จำได้แค่นี้ล่ะ

ฮ. พาไปที่โรงพยาบาลไหน ?

ยาย-โรงพยาบาลพระมงกุฏฯ เพชรบุรี

แล้วพักอยู่กี่วัน ?

ยาย-ปกติคนเป็นไส้ติ่งทั่วไปเขาพักกัน 3-4 วันก็ออกได้แล้ว

แต่เราเป็นหนักต้องพักถึง 24

วัน ถ้าในหลวงไม่ช่วยก็ตายแน่ แล้วถ้าเราตาย ลูกเต้าก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง

ในหลวงท่านทรงเมตตา ทรงดูแลเราอย่างดี ห้องที่เราพักอยู่นี่ดีมาก

เป็นห้องพิเศษเลย

พูดตรง ๆ ว่า ดีกว่าบ้านที่ฉันอยู่อีก หมอก็นิสัยดี พูดจากับเราเพราะแล้วก็

ใจดี

** ในหลวงท่านทรงห่วงใยเรามากมีคนมาเยี่ยม ถามอาการ ถามสารทุกข์สุขดิบทุกวัน

คนใกล้ชิดพระองค์ท่านก็ถามเรานะว่า จะฝากอะไรถึงท่านไหม เราบอกให้

พระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ พูดได้แค่นั้น มันตื้นตันจนนึกไม่ออก**

หลังจากวันนั้นแล้วเป็นอย่างไร ?

ยาย-ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านอีกเลย ถ้าเรามีโอกาส

จะขอเข้าไปกราบแทบพระบาทเลย สิ่งที่พระองค์ท่านทรงช่วยเหลือเราไว้

เป็นความซาบซึ้งที่สุด

ในชีวิตแล้ว

** คิดูสิโลกนี้จะหากษัตริย์อย่างท่านได้ที่ไหน เราเป็นแค่ชาวบ้านจน ๆ

แต่ท่านห่วงเราเหมือนเราเป็นลูกพระองค์ท่าน ทรงห่วงเราเหมือนที่เราห่วงลูก

ท่านทรง

เสียสละแม้กระทั่งของส่วนพระองค์ ทรงยอมลำบากกลับทางเรือเพื่อคนอย่างเรา

พูดตรง ๆ

ว่าสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้ฉันตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติก็ทดแทนไม่หมด

**

กลับมาบ้านแล้ว เป็นอย่างไร ?

ยาย-ตอนที่ออกจากโรงพยาบาลใหม่ ๆ พระองค์ท่านก็ส่งเงินมาให้อยู่ถึง 1 ปี

ครั้งละ 3-5

พันบาท ส่งมาหลายครั้งอยู่ เรารู้เพระว่าใส่ซองสีขาวประทับตราสำนัก

พระราชวัง จากเหตุการณ์นั้นทำให้เรารักในหลวงของเรามาก

แล้วทุกวันนี้ก็ยังน้อยใจตัวเองอยู่ว่า เวลาที่ท่านป่วย เราก็ไม่มีเงินไปเฝ้า

ไปแสดงความจงรักภักดีกับท่าน ได้แต่ร้องไห้อยู่กับบ้าน นั่งร้องไห้ทุกวัน

ดูข่าวทุก??

นไม่เคยเว้นเลย ** ฉันอายตัวเองว่า ในขณะที่ท่านให้ชีวิตใหม่กับเรา

แต่เราช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย**

การเสียสละของในหลวงคราวนั้น ได้เอามาปฏิบัติตามหรือไม่ ?

ยาย-มีส่วนมากเลย เวลาคนในหมู่บ้านเขาป่วยเป็นอะไร ฉันก็ไปเยี่ยมเขาทั่ว

ไปไหนไปกัน

มีใครเจ็บในหมู่บ้านนี่ฉันจะไปเยี่ยมหมด บางทีถึงไม่ใช่หมอ ไม่ใช่ญาติ

เขา แต่เราก็ไป ไปนั่งพูดคุยให้กำลังใจ บางทีก็ไปบีบให้นวดให้

นี่คือสิ่งที่ในหลวงให้เรา และเราให้คนอื่นต่อ

** เมืองไทยเราโชคดีที่มีในหลวง โชคดีมาก ๆ**

ไม่มีกษัตริย์ที่ไหนในโลกอีกแล้วที่จะเป็นห่วงชาวบ้านอย่างฉันเท่ากับท่าน

คนอยางเราเปรียบไปก็เหมือนมดปลวก

แต่ท่านก็ยังใส่ใจ ท่านใส่ใจจริง ๆ เหมือนกับว่าคนไทย คือ

ลูกของท่านทั้งแผ่นดิน**

**************************************

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

เขียนแล้วใน นานาสาระ | Leave a Comment »

Tante Emma ist wieder da

แสดงความเห็นโดย juntima บน 01/12/2009

ฟังเสียงที่นี่

Immer mehr Deutsche gehen für kleine Einkäufe wieder in den Tante-Emma-Laden. Hier ist der Preis zwar etwas höher, dafür ist es aber nicht so unpersönlich wie im Supermarkt.Eigentlich gab es in Deutschland schon fast keine Tante-Emma-Läden mehr. In den letzten zehn Jahren mussten rund 20.000 der kleinen Lebensmittelläden dichtmachen. Zu klein war die Chance, gegen die großen Supermärkte und Discounter zu bestehen. Doch nun gibt es eine Renaissance der kleinen Läden. Judith Fischer besitzt einen Tante-Emma-Laden in einem kleinen saarländischen Ort. “Hier bekomme ich alles, was ich brauche“, sagt der Rentner Werner Müller. “Wurst, Zigaretten, meine Zeitung, und tippen kann ich auch hier.” Gegen große Discounter hat Judith Fischer keine Chance. Das weiß sie. Deshalb lässt sie sich kleine Überraschungen einfallen, damit die Kunden auch wiederkommen. Im Herbst gibt es ein kleines Fest und an Weihnachten eine Weihnachtsfeier mit Glühwein. Judith hat ihren Laden hübsch eingerichtet. Wurst, Käse und Gemüse sind immer frisch, in den Regalen stehen Marmelade, Soßen und Dosen. Ladenhüter gibt es im Dorflädchen nicht. Judith kauft genau das ein, was ihre Kunden wollen. Die Lebensmittel kauft sie nicht nur im Großmarkt. “Da ist es nicht immer am günstigsten.” erklärt sie. “Ich guck’, wo es die besten Angebote in den Supermärkten gibt. So kann ich hier den Preis halten. “Viele der Stammkunden kaufen lieber im Dorfladen ein, anstatt mit dem Auto zum Supermarkt zu fahren, denn im Supermarkt ist es ihnen zu unpersönlich. Im Dorflädchen kann man sich hingegen Zeit lassen und sich auch mal mit anderen Kunden unterhalten. Judith Fischer freut sich: “Ich hab den Laden vor zwei Jahren übernommen, da war er ein bisschen runtergewirtschaftet. Seit ich den Laden übernommen habe, geht es stetig nach oben.”

เขียนแล้วใน เรียนคำศัพท์จาก DW พร้อมเสียง | Leave a Comment »

เชื่อหรือไม่ว่าคุณเป็นเจ้าของเงินล้านได้

แสดงความเห็นโดย juntima บน 25/11/2009

ถึง แม้จะเป็นคนธรรมดา มีอาชีพ เป็นคนกินเงินเดือน ก็สามารถเป็นเศรษฐีได้เหมือนกันถ้าเราเก็บเงินเก่ง รู้จักช่องทางลงทุน และลงทุนได้อย่างชาญฉลาด สมมติว่าเรานำเงินเดือนละ10,000 บาท ปีละ 120,000 บาทไปลงทุนทุกปีอย่างต่อเนื่องไปลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวมหุ้นชนิดต่างๆ ซึ่งผลตอบแทนโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10 % ถ้าคุณเริ่มทำงานเมื่ออายุ 22 ปี และลงทุนอย่างสม่ำเสมอไปจนถึงอายุ 60 ปี (จนเกษียณ) คุณจะมีเงินประมาณ 48 ล้านบาท เอาไว้ใช้ยามเกษียณได้อย่างไม่เดือดร้อน เพียงแต่ต้องมีวินัยในการออมระยะยาวเท่านั้น

เขียนแล้วใน การลงทุน | Leave a Comment »

Die modernen Väter

แสดงความเห็นโดย juntima บน 24/11/2009

ฟังเสียงที่นี่

Die modernen Väter

In Deutschland können Väter bis zu zwölf Monate in Elternzeit gehen. Aber die wenigsten tun das. Oft hat das hat mit ihrer Karriere oder ihrem Einkommen zu tun. Manchmal sind es aber auch Vorurteile.

Julia ist gut gelaunt. Für Peter, ihren Vater in Elternzeit, ist deshalb heute einer der ruhigeren Vormittage. Die ersten Monate hat sich die Mutter um die fast einjährige Julia gekümmert. Jetzt ist der Papa dran: Windeln wechseln, die Tochter waschen und anziehen, Frühstück machen, Spülmaschine ausräumen … ” Und das ist nur das Vormittagsprogramm”, so der 36-Jährige.

Für Peter war sofort klar, dass er in Elternzeit gehen möchte. Und das nicht nur zwei Monate wie die meisten Väter, sondern sieben. Vorher arbeitete er als Redaktionsleiter in einer Berliner Agentur und saß oft zehn Stunden und länger im Büro. Sein Chef war zuerst geschockt, als Peter sieben Monate Elternzeit bei ihm beantragte. Aber das Problem löste sich schnell, da der junge Vater sofort einen Vertreter für die Zeit fand.

Oft lacht Peter über seine früheren Vorstellungen von der Elternzeit. Er hoffte damals auf etwas mehr Zeit für sich, aber bekommen hat er einen 12-Stunden-Arbeitstag. Unterstützung erhält er im Berliner Väterzentrum. Dorthin kommen Väter mit ihren Kindern, frühstücken zusammen oder spielen Dart. Der Leiter des Treffs, Marc Schulze, erinnert sich an die Anfänge des Zentrums vor zwei Jahren: Es war schwierig, Väter für die Idee zu begeistern. Heute aber kommen wöchentlich etwa 40 Männer mit ihren Kleinen vorbei.

Die meisten Besucher des Zentrums haben in ihren Berufen schon etwas erreicht und gutes Geld verdient, meint Marc Schulte. Aber wie viele berufstätige Mütter mit Kind fürchten auch die modernen Väter Nachteile im Job. Daher nimmt sich kaum ein Vater mehr als zwei Monate Elternzeit. Für Peter sind solche Probleme im Moment nebensächlich. Bis zur Rückkehr in seinen Beruf genießt er die Zeit mit seiner kleinen Julia.

เขียนแล้วใน เรียนคำศัพท์จาก DW พร้อมเสียง | Leave a Comment »

ไข้หวัดหมูระบาด

แสดงความเห็นโดย juntima บน 20/11/2009

Schweinegrippe: Fast alle Schulen in Waldeck-Frankenberg betroffen

Schulamt meldet neue Fälle, auch unbestätigte – Amtsarzt warnt vor Panik
Waldeck-Frankenberg. An den Schulen im Landkreis steigt die Zahl von Schweinegrippe-Erkrankungen drastisch an. “Sie können davon ausgehen, dass fast alle Schulen von Diemelstadt bis Hatzfeld betroffen sind”, sagte Ruth Pfannstiel vom zuständigen Staatlichen Schulamt am Donnerstag auf HNA-Nachfrage. Nach der Gesamtschule Battenberg (wir berichteten) meldeten am Donnerstagmorgen die Louis-Peter-Schule in Korbach, die Ortenbergschule in Frankenberg und die Möllenbachschule in Hatzfeld erkrankte Schüler. Am Nachmittag hieß es dann aus dem Schulamt: “Die Grippe ist jetzt wohl in allen Schulen angekommen, die Welle ist nicht mehr aufzuhalten.” Deshalb würden jetzt auch keine Klassen oder Schulen mehr geschlossen.Schweinegrippe an Schulen und Kindergärten lasse sich nicht vermeiden, sagt Dr. Willi Mumenthaler vom Kreis-Gesundheitsamt. “Wo viele Kinder eng zusammen sind, ist ein Verbreitungsherd.” Trotz der neuen Fälle warnt er vor Hysterie: “Panik ist nicht angebracht.” Mittlerweile würde bei Patienten auch nicht mehr genau
untersucht, ob es sich um Schweinegrippe oder eine saisonale Grippe handelt, die Maßnahmen seien ohnehin die gleichen: “Man sollte auf Hygiene achten und bei den ersten Anzeichen zuhause bleiben. Bei starken Symptomen sollte man zum Hausarzt gehen”, rät Dr. Mumenthaler. “Die Schweinegrippe verläuft sogar milder als die saisonale Grippe.

เขียนแล้วใน เรียนรู้คำศัพท์เยอรมัน | Leave a Comment »

Tabuthema Depression

แสดงความเห็นโดย juntima บน 19/11/2009

ฟังเสียงที่นี่

Depressionen sind eine weit verbreitete Krankheit. Knapp vier Millionen Deutsche leiden darunter, doch nur wenige trauen sich, offen darüber zu sprechen. Dabei gibt es Mittel und Wege, um Depressionen zu besiegen.

Etwa 10 Prozent aller Männer und 20 Prozent aller Frauen in Deutschland leiden an Depressionen. Die Krankheit betrifft sowohl die Psyche als auch den Körper. Symptome sind meist Pessimismus und Selbstmordgedanken, unter anderem aber auch Schlaflosigkeit und der Verlust von Appetit. Die Anzahl der Betroffenen liegt bei vier Millionen Menschen, so Professor Mathias Berger von der Universitätsklinik Freiburg. Noch immer ist es ein Tabu, über Depressionen zu sprechen. Nur wenige Menschen gehen offen mit ihren Problemen um. Berger erklärt, dass bei manchen Menschen schon der Wechsel der Jahreszeit ausreicht, um die Krankheit auszulösen. Andere Menschen hingegen werden selbst bei großen Problemen niemals depressiv.Depressionen kommen in allen Teilen der Bevölkerung, in allen Berufsgruppen und in jedem Alter vor, am häufigsten aber zwischen 30 und 40 Jahren. Nicht immer ist Hilfe von außen nötig. In der Hälfte aller Fälle kehrt der Lebensmut nach vier bis sechs Monaten von selbst zurück. Manche Menschen leiden allerdings unter einer chronischen Depression. Das heißt, dass sie länger als zwei Jahre depressiv und somit in ihrem Alltag stark beeinträchtigt sind.Aber auch diesen Menschen macht Berger Mut: Mit einer Kombination aus Medikamenten und Psychotherapie haben sie gute Chancen, wieder gesund zu werden. Wer also das Gefühl hat, sich in einer depressiven Phase zu befinden, sollte nicht zögern und sich professionelle Hilfe suchen.

เขียนแล้วใน เรียนคำศัพท์จาก DW พร้อมเสียง | Leave a Comment »

การดื่มน้ำเมื่อท้องว่าง ได้ประโยชน์อย่างที่คุณคิดไม่ถึง

แสดงความเห็นโดย juntima บน 16/11/2009

การดื่มน้ำเ มื่อท้องว่างผ่านกระเพาะอาหาร เพื่อรักษาสุขภาพที่ดี ในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้ เป็นที่นิยมดื่มน้ำทันที หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ( ก่อนแปรงฟัน ) เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอความแก่ และสามารถบำบัดรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล 100% ( แบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ระยะเวลา ) ปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้า หมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลง คลื่นไส้ต่างๆ โรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวงทวาร โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง รอบเดือนไม่ปกติ โรคคอ หู จมูก

วิธีการปฏิบัติ

1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี)

2. หลังจากนั้นสามารถและล้างหน้าอาบน้ำได้ แต่ต้องไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไร จนกว่า 45 นาทีผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ

3. หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว 15 นาที ไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอะไร จนกว่า 2 ชั่วโมงผ่านไป

4. ผู้ป่วย หรือคนชรา ที่ไม่สามารถดื่มน้ำ 4 แก้ว ก็ให้ค่อยๆ ดื่ม ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ จนได้ครบ 4 แก้ว

ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าว จะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่ค่อยๆเบาและหายขาดได้ในที่สุด ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้น แลหลังดื่มน้ำไปแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะปวดปัสสาวะ

จากสถิติข้อมูลโรคที่บำบัดรักษา ทำให้หายได้ภายในเวลา ดังนี้

1. โรคความดันโลหิตสูง 30 วัน

2. โรคกระเพาะ 10 วัน

3. โรคเบาหวาน 30 วัน

4. โรคท้องผูก 10 วัน

5. โรคมะเร็ง 180 วัน

6. โรควัณโรค 90 วัน

7. โรคไขข้ออักเสบจะเห็นผลภายใน 3 วัน

เขียนแล้วใน สุขภาพ | Leave a Comment »